Story
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ตลาดจับตารายงานประชุมเฟดส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบาย

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธบัตรในกลุ่มยูโรโซนปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากการขายในตลาดตราสารหนี้ เนื่องจากนักลงทุนกำลังเตรียมพร้อมรับรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดว่าจะสะท้อนมุมมองการคุมเข้มนโยบายการเงินที่ชัดเจนขึ้น
ตลาดจับตารายงานการประชุมเฟด
ปัจจัยหลักที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดในขณะนี้ คือการรอเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธนี้ โดยเอกสารดังกล่าวจะให้รายละเอียดเชิงลึกครั้งแรกเกี่ยวกับการหารือภายในของ FOMC ภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh)
แม้ว่าในการประชุมครั้งล่าสุด เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50%–3.75% แต่รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections) ที่เปิดเผยพร้อมกันกลับมีทิศทางที่แข็งกร้าว (Hawkish) กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นเพื่อสะท้อนความเสี่ยงดังกล่าว
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐาน ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.49%
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายดอกเบี้ย ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.13%
Adปัจจัยหนุนในฝั่งยูโรโซน
ในฝั่งยุโรป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.948% ขณะที่อัตราผลตอบแทนอายุ 2 ปี ซึ่งเคลื่อนไหวตามความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.54%
แรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรในยูโรโซนมาจากดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน Sentix ประจำเดือนกรกฎาคมที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตร และหันไปหาสินทรัพย์เสี่ยงเช่นหุ้น นอกจากนี้ ความเห็นจาก ฟาบิโอ ปาเนตตา (Fabio Panetta) สมาชิกคณะกรรมการ ECB ยังเตือนถึงแรงกดดันทางการเมืองในระยะยาวที่อาจบีบให้ธนาคารกลางต้องเข้ามารองรับภาระหนี้ภาครัฐที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลลบต่อราคาพันธบัตร