Story
สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ มุ่งเป้าเครือข่ายการเงินคนสำคัญ หลังความขัดแย้งปะทุ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลและนิติบุคคล 14 ราย รวมถึงนายธนาคารคนสำคัญซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน การดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซปะทุขึ้นอีกครั้ง
รายละเอียดมาตรการคว่ำบาตร
มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้มีเป้าหมายหลักคือ นายอาลี อันซารี (Ali Ansari) นายธนาคารและนักธุรกิจชาวอิหร่านซึ่งมีฐานอยู่ในดูไบ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า นายอันซารีมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทางการเงินแก่กิจกรรมของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และเคยถูกคว่ำบาตรโดยสหราชอาณาจักรมาก่อน
ตามแถลงการณ์ของกระทรวงฯ นายอันซารีได้ยักย้ายถ่ายเทความมั่งคั่งของรัฐไปสู่เครือข่ายอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตนเอง กลุ่มชนชั้นนำในรัฐบาล และ IRGC นอกจากนี้ สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ (OFAC) ยังได้คว่ำบาตรบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราในอิหร่าน 3 แห่ง และ "บริษัทบังหน้า" ในต่างประเทศที่ช่วยเคลื่อนย้ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปีในนามของธนาคารอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรอยู่แล้ว
เครือข่ายที่ถูกเปิดโปง
- นายอาลี อันซารี: ถูกกล่าวหาว่าใช้บริษัทเชลล์และบัญชีธนาคารจำนวนมากเพื่อสะสมทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ภายใต้บริษัทโฮลดิ้ง Smart Global Limited ซึ่งจดทะเบียนในเซนต์คิตส์และเนวิส
- ผลประโยชน์: กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าผลประโยชน์ทางการเงินเหล่านี้ท้ายที่สุดแล้วเป็นของ อยาตอลเลาะห์ มอจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Mojtaba Khamenei) และครอบครัว รวมถึงชนชั้นนำคนอื่นๆ ในระบอบการปกครอง
- บริษัทที่เกี่ยวข้อง: มาตรการยังครอบคลุมถึงบริษัท CDM Trading Limited ในฮ่องกง และ Naba Alzaki Raw Materials Trading LLC ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
Adเบื้องหลังและผลกระทบ
การประกาศคว่ำบาตรมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค หลังจากเรือบรรทุกน้ำมันของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำถูกโจมตีโดยอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารจากสหรัฐฯ และอิหร่านตามลำดับ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อโดดเดี่ยวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกจากระบบการเงินโลก
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่วอชิงตันตกลงที่จะเจรจาต่อไปตามคำขอของอิหร่าน ในขณะที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โต้แย้งว่าการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้เป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศ
เบรตต์ เอริกสัน จาก Obsidian Risk Advisors ให้ความเห็นว่า มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้ส่งสารที่ชัดเจนไปยังเตหะรานว่า "วอชิงตันไม่ได้พยายามที่จะรักษากรอบข้อตกลงที่มีอยู่อีกต่อไป แต่กำลังเตรียมที่จะแทนที่มันทั้งหมด" การเคลื่อนไหวนี้จึงอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในตลาดพลังงานและเพิ่มความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางสำหรับนักลงทุน