Story
Lazard ชี้ต้นทุนไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี เหตุจากความต้องการของศูนย์ข้อมูล

ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาได้พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบอย่างน้อย 17 ปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ๆ ตามรายงานที่เปิดเผยโดย Lazard Inc. เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพุ่งทำสถิติ
ข้อมูลจาก Lazard ระบุว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าปรับเฉลี่ย (Levelized Cost of Energy - LCOE) สำหรับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบพลังงานความร้อนร่วม (combined cycle) ได้เพิ่มขึ้นเป็น 90 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง ในปี 2026 จากระดับ 78 ดอลลาร์ในปีที่แล้ว ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งในขณะนั้นต้นทุนอยู่ที่ 83 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง
LCOE เป็นตัวชี้วัดที่ Lazard ใช้ติดตามราคาไฟฟ้าในระยะยาวที่โรงไฟฟ้าจำเป็นต้องได้รับเพื่อให้คุ้มทุนตลอดอายุโครงการ
ความต้องการจากศูนย์ข้อมูลเป็นปัจจัยหลัก
Adนายจอร์จ บิลิซิก หัวหน้าฝ่ายพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ Lazard Inc. กล่าวว่า ต้นทุนมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการพลังงานจากศูนย์ข้อมูลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยต้นทุนไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเป็น 69 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง และพลังงานลมบนบกเพิ่มขึ้นเป็น 68 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งทั้งสองประเภทเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% จากปีก่อนหน้า และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นอย่างน้อย
ผลกระทบต่อนักลงทุนและผู้บริโภค
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งได้กลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน นักลงทุนในภาคพลังงานและสาธารณูปโภคจึงจำเป็นต้องจับตาดูแนวโน้มต้นทุนเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการและนโยบายด้านพลังงานในอนาคต