Story

ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุรอบใหม่ เขย่าตลาดน้ำมันและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุรอบใหม่ เขย่าตลาดน้ำมันและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
Text size
Background

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางกลับมาเป็นจุดสนใจของตลาดอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันไปมาในช่องแคบฮอร์มุซตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ตลาดจะยังไม่ตื่นตระหนกมากนัก แต่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นได้สร้างความผันผวนให้กับราคาน้ำมันและกระตุ้นให้นักลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงรอบใหม่

สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ

เหตุการณ์ปะทุขึ้นเมื่อวันอังคาร เมื่อสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของอิหร่าน พร้อมทั้งยกเลิกการผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังจากมีการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบหลายครั้ง ซึ่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะมีการยิงตอบโต้กันอีกหลายระลอกในวันพุธและพฤหัสบดี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในระหว่างการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ในตอนแรกว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" แต่ต่อมาได้กล่าวเสริมว่าเขาไม่คาดว่าจะเกิดความขัดแย้งเต็มรูปแบบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์

ผลกระทบต่อตลาดพลังงาน

ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์เมื่อวันพุธ ก่อนจะปรับตัวลดลงในวันถัดมา โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ยังคงซื้อขายต่ำกว่าระดับ $80 ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความท้าทายหลายประการ

Sample IUX Markets – In-articleAd
  • การหยุดชะงักของอุปทาน: การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบจะหยุดนิ่งอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ซึ่งกระทบต่อแผนของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ที่เพิ่งประกาศเพิ่มโควต้าการผลิต 188,000 บาร์เรลต่อวัน
  • ความเสี่ยงอุปทานล้นตลาด: หากสถานการณ์คลี่คลายและการขนส่งกลับสู่ภาวะปกติ ตลาดอาจต้องเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาดได้ เนื่องจากอุปสงค์ทั่วโลกไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตบางราย เช่น ซาอุดีอาระเบีย ต้องเสนอส่วนลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด

ความเสี่ยงแผ่ขยายสู่ตลาดการเงินโลก

ความผันผวนของราคาพลังงานได้เพิ่มความซับซ้อนให้กับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก โดยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประจำเดือนมิถุนายนที่เปิดเผยเมื่อวันพุธ แสดงให้เห็นว่ากรรมการบางส่วนมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในทันที เนื่องจากแรงกดดันด้านราคามีความ "ครอบคลุมในวงกว้างมากขึ้น"

ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อสะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับ สูงสุดในรอบ 30 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ก็มีความผันผวนสูง โดยดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้เข้าสู่ภาวะตลาดหมีในช่วงสั้นๆ แม้ว่าหุ้น Samsung Electronics จะรายงานผลกำไรไตรมาส 2 พุ่งขึ้นถึง 19 เท่าก็ตาม

สำหรับสัปดาห์หน้า นักลงทุนจะจับตาข้อมูลสำคัญหลายรายการ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเปิดเผยในวันอังคาร และการเริ่มต้นฤดูกาลประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้เห็นภาพรวมเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงปกคลุมตลาด

Back to latest news

LATEST