Story
ดอลลาร์แข็งค่า รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

Summary
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นจากรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำ ส่งผลให้นักลงทุนหันมาถือครองสกุลเงินดอลลาร์มากขึ้น
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาด ดัชนีดอลลาร์สหรัฐซึ่งวัดมูลค่าของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล ปรับตัวขึ้น 0.2% มาอยู่ที่ 101.10
ความตึงเครียดดังกล่าวปะทุขึ้นหลังจากมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ องค์กรการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่าเรือ 2 ลำถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด และอีกลำถูกโจมตีด้วยโดรน เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เพิกถอนใบอนุญาตสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการขายน้ำมันของอิหร่าน
เหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ทำให้หลายประเทศออกมาประณาม โดยกาตาร์และซาอุดีอาระเบียได้ระบุว่าเรือของตนเป็นหนึ่งในเป้าหมายและกล่าวโทษอิหร่าน สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้กำลังคุกคามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่เพิ่งลงนามไปเมื่อเดือนก่อน และส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 5% ในวันอังคาร
Adก่อนหน้านี้ ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนค่าเงินดอลลาร์คือนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตารายงานการประชุมของเฟดในเดือนมิถุนายนที่จะเปิดเผยในวันพุธ เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หลังจากที่ข้อมูลการจ้างงานล่าสุดบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง
ในส่วนของสกุลเงินอื่น ๆ เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แม้ว่าข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีจะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม ขณะที่เงินเยนของญี่ปุ่นยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2550 เมื่อเทียบกับเงินปอนด์สเตอร์ลิง ทำให้นักลงทุนเฝ้าระวังการแทรกแซงตลาดจากทางการญี่ปุ่น