Story

หุ้น Tesla และ Google ร่วงหนักสวนทางตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและสุขภาพทะยานขึ้น

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 23, 20261 min read
หุ้น Tesla และ Google ร่วงหนักสวนทางตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและสุขภาพทะยานขึ้น

Summary

ตลาดหุ้นวันพฤหัสบดีเผชิญความผันผวนหนัก หุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Tesla และ Google ถูกเทขายอย่างรุนแรง ขณะที่หุ้นในกลุ่มอื่นๆ เช่น Medpace และ United Rentals ราคาพุ่งขึ้นจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

Text size
Background

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในการซื้อขายวันพฤหัสบดี นำโดย Tesla และ Alphabet (Google) ที่ราคาดิ่งลงอย่างรุนแรง ในขณะที่หุ้นในภาคส่วนอื่นกลับทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงการที่นักลงทุนให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัทมากขึ้น

หุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เผชิญแรงเทขาย

หุ้นในกลุ่ม Mega-Cap หรือบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลงอย่างเห็นได้ชัด นำโดยผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla (TSLA) ที่ราคาหุ้นดิ่งลงถึง -13.79% ถือเป็นการปรับตัวลงที่รุนแรงที่สุดในกลุ่ม

ในขณะเดียวกัน Alphabet (GOOGL) บริษัทแม่ของ Google ก็เผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทำให้ราคาหุ้นร่วงลง -7.69% นอกจากนี้ หุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่อื่นๆ เช่น Amazon (AMZN) ก็ปรับตัวลดลง -4.92% ซึ่งการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มนี้ได้สร้างแรงกดดันต่อภาพรวมของดัชนีตลาดหุ้น

หุ้นกลุ่มอื่นสดใสจากผลประกอบการแข็งแกร่ง

ในทางตรงกันข้าม หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรม บริการสุขภาพ และอสังหาริมทรัพย์ กลับมีทิศทางที่สดใส โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดไว้ หุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นประกอบด้วย:

Sample IUX Markets – In-articleAd
  • Novocure (NVCR): ราคาหุ้นทะยานขึ้นถึง +24.60%
  • Cleveland-Cliffs (CLF): ปรับตัวขึ้น +16.17% หลังจากเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่ง
  • Medpace Holdings (MEDP): ราคาพุ่งขึ้น +14.97% จากผลประกอบการที่ดีเกินคาดและการปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้
  • United Rentals (URI): หุ้นบวกขึ้น +11.35% ด้วยเหตุผลเดียวกันคือผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแนวโน้มที่เป็นบวก
  • Lockheed Martin (LMT): ปรับตัวขึ้น +11.0%

ภาพรวมความเคลื่อนไหวและผลกระทบ

ความเคลื่อนไหวที่สวนทางกันอย่างชัดเจนของตลาดในวันพฤหัสบดี ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนกำลังให้ความสำคัญกับปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประกอบการและแนวโน้มในอนาคต มากกว่าทิศทางของตลาดโดยรวม หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้แม้ในภาวะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นผู้นำตลาดกำลังถูกเทขาย

นอกจากนี้ ยังมีหุ้นที่ปรับตัวลงอย่างหนักนอกกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Albertsons Companies (ACI) ที่ร่วงลงถึง -22.12% และ Molina Healthcare (MOH) ที่ลดลง -11.74% จากแนวโน้มรายได้ที่น่าผิดหวัง ตอกย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณาผลประกอบการของแต่ละบริษัทในการตัดสินใจลงทุน

Read next

More on หุ้น
เอกสารแสดงให้เห็นว่า บริษัทที่เชื่อมโยงกับบริษัทสิ่งทอรายใหญ่ของจีนอย่าง Esquel ซึ่งถูกคว่ำบาตร ยังคงส่งออกเครื่องแต่งกายไปยังสหรัฐอเมริกา

หุ้น

เอกสารแสดงให้เห็นว่า บริษัทที่เชื่อมโยงกับบริษัทสิ่งทอรายใหญ่ของจีนอย่าง Esquel ซึ่งถูกคว่ำบาตร ยังคงส่งออกเครื่องแต่งกายไปยังสหรัฐอเมริกา

Sep 25, 2026

การตรวจสอบพบว่า ผู้ผลิตเสื้อผ้าชาวเวียดนาม 3 ราย ซึ่งมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานที่แน่นแฟ้นกับบริษัท Esquel Group ของจีนที่ถูกคว่ำบาตร ได้ส่งออกสินค้าฝ้ายมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ไปยังแบรนด์ต่างๆ ในสหรัฐฯ ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร

แหล่งข่าวระบุว่า SMBC กำลังเจรจาขั้นสูงเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน VPBank เป็น 20%

หุ้น

แหล่งข่าวระบุว่า SMBC กำลังเจรจาขั้นสูงเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน VPBank เป็น 20%

Sep 25, 2026

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ระบุว่า ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย คอร์ป ของญี่ปุ่น กำลังเจรจาเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารวีพีแบงก์ของเวียดนามจาก 15% เป็นประมาณ 20% แม้ว่าทั้งสองฝ่ายยังคงเห็นพ้องกันในเรื่องมูลค่าก็ตาม

หุ้น Natera พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล 27% หลังได้รับการอนุมัติจากญี่ปุ่นและข้อมูลผลการศึกษาที่เป็นบวก

หุ้น

หุ้น Natera พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล 27% หลังได้รับการอนุมัติจากญี่ปุ่นและข้อมูลผลการศึกษาที่เป็นบวก

Sep 25, 2026

หุ้นของบริษัท Natera Inc. ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวินิจฉัยโรค พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกันยายน โดยได้รับแรงหนุนจากการอนุมัติด้านกฎระเบียบที่สำคัญในญี่ปุ่น ผลการศึกษาทางคลินิกที่น่าพอใจ และการคาดการณ์ทางการเงินในแง่ดีจากฝ่ายบริหาร

Bitget ระงับการถอนเงินหลังเกิดการโจรกรรมข้อมูลกระเป๋าเงินดิจิทัลมูลค่า 351.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หุ้น

Bitget ระงับการถอนเงินหลังเกิดการโจรกรรมข้อมูลกระเป๋าเงินดิจิทัลมูลค่า 351.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Sep 25, 2026

Bitget ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี ได้ระงับการถอนเงินชั่วคราวหลังจากตรวจพบการโอนเงินที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนเงินประมาณ 351.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบออนไลน์ (hot wallet) ของบริษัท บริษัทระบุว่าความเสียหายทั้งหมดได้รับการชดเชยจากกองทุนคุ้มครองผู้ใช้งานแล้ว

Back to latest news

LATEST