Story
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีร่วงหนัก Nasdaq ดิ่ง 1.55%

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลงในวันจันทร์ โดยมีแรงเทขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นปัจจัยกดดันหลัก ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลงกว่า 1.5% ขณะที่ดัชนีหลักอื่นๆ ปิดในแดนลบเช่นกัน
ภาพรวมการซื้อขาย
ณ เวลาปิดตลาด ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.26% ส่วนดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.79% และดัชนี NASDAQ Composite ซึ่งมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจำนวนมาก ร่วงลงหนักที่สุด 1.55%
การปรับตัวลงของตลาดมีสาเหตุหลักมาจากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Investing.com ระบุว่าจำนวนหุ้นที่ปรับตัวลดลงมีมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นทั้งในตลาด New York Stock Exchange (NYSE) และ Nasdaq ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะการขายที่กระจายตัวในวงกว้าง
หุ้นเด่นที่น่าจับตา
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายตัวเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อดัชนีโดยรวม
Ad- หุ้นที่ปรับตัวลงแรง: Oracle (ORCL) ดิ่งลง 6.36% ขณะที่ Intel (INTC) ร่วง 6.15% และ NVIDIA (NVDA) ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นที่กดดันดัชนี Dow Jones ลดลง 3.52%
- หุ้นที่ปรับตัวขึ้นสวนทาง: ในทางกลับกัน หุ้นบางตัวในดัชนี Dow Jones สามารถปิดในแดนบวกได้ เช่น Salesforce (CRM) ที่เพิ่มขึ้น 4.80%, Chevron (CVX) บวก 3.29% และ Visa (V) ปรับขึ้น 2.52%
ความผันผวนและสินทรัพย์อื่น
ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX Index) หรือที่เรียกว่า "ดัชนีความกลัว" พุ่งขึ้นถึง 14.11% สู่ระดับ 17.15 สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาด
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI สำหรับส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 9.56% ในทางกลับกัน สัญญาทองคำสำหรับส่งมอบเดือนสิงหาคมร่วงลง 2.61% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น 0.36%