Story
T-Mobile ปรับเพิ่มคาดการณ์กระแสเงินสดอิสระ หลังลูกค้าแห่อัปเกรดแผนพรีเมียม

T-Mobile ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กระแสเงินสดอิสระสำหรับทั้งปี หลังจากรายงานผลกำไรไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากกลยุทธ์การโยกย้ายลูกค้าไปยังแผนบริการระดับพรีเมียมที่มีราคาสูงขึ้น
ผลประกอบการไตรมาส 2 แกร่งเกินคาด
สำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน T-Mobile มีผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจในหลายด้าน:
- กำไรต่อหุ้น (Profit per share): อยู่ที่ $2.99 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์โดยเฉลี่ยที่ $2.59 ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG
- จำนวนลูกค้าใหม่: บริษัทสามารถเพิ่มบัญชีลูกค้ารายเดือนสุทธิ (postpaid accounts) ได้ 277,000 บัญชี ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของ Visible Alpha ที่ 259,000 บัญชี
- รายได้เฉลี่ยต่อบัญชี (ARPA): เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ $152.91 สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าใช้จ่ายกับบริการของบริษัทมากขึ้น
กลยุทธ์ดันแผนพรีเมียมและความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น
ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ T-Mobile ทยอยยกเลิกแผนบริการไร้สายรุ่นเก่า และผลักดันให้ลูกค้าปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้แผนบริการใหม่ในกลุ่ม "Experience" ที่มอบสิทธิประโยชน์ด้านข้อมูลพรีเมียมแบบไม่จำกัดและตัวเลือกในการอัปเกรดอุปกรณ์ Jon Freier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) เปิดเผยกับ Reuters ว่า "ลูกค้าใหม่ประมาณ 60% เลือกใช้แผนบริการระดับพรีเมียมที่สุดของเรา"
Adจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งนี้ T-Mobile ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กระแสเงินสดอิสระที่ปรับปรุงแล้ว (adjusted free cash flow) สำหรับทั้งปีมาอยู่ที่ระหว่าง $18.4 พันล้าน ถึง $18.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ $18.1 พันล้าน ถึง $18.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Peter Osvaldik ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) กล่าวว่า การปรับเพิ่มคาดการณ์นี้เป็นผลมาจากประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านภาษีเงินสด และประโยชน์ด้านเงินทุนหมุนเวียนจากการนำเครื่องมือ AI ขั้นสูงมาปรับใช้
มุมมองตลาด
แม้จะรายงานผลประกอบการและคาดการณ์ที่แข็งแกร่ง แต่หุ้นของ T-Mobile กลับปรับตัวลดลงประมาณ 1.3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (premarket trading) ซึ่งสะท้อนความผันผวนของตลาด นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ T-Mobile จะขยายธุรกิจไปสู่บริการอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ผ่านการเข้าซื้อกิจการและร่วมทุน แต่ขนาดโครงข่ายยังคงเล็กกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง AT&T และ Verizon อย่างมีนัยสำคัญ
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้