Story
หุ้น Saia พุ่งแรง ขานรับ BofA ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น 'ซื้อ'

ราคาหุ้นของ Saia (SAIA) ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มคันรถ (LTL) พุ่งขึ้น 3.7% ในการซื้อขายล่วงหน้าก่อนเปิดตลาด (pre-market) หลังจาก BofA Securities ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนจาก 'ถือ' (Neutral) เป็น 'ซื้อ' (Buy) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงมุมมองครั้งสำคัญจากหนึ่งในสถาบันการเงินที่ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดในกลุ่มอุตสาหกรรมการขนส่ง
BofA ส่งสัญญาณบวก หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน
BofA Securities ได้กำหนดราคาเป้าหมายใหม่สำหรับหุ้น Saia ไว้ที่ $502 เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่ $499 การปรับเพิ่มคำแนะนำครั้งนี้สอดคล้องกับมุมมองเชิงบวกจากนักวิเคราะห์หลายรายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก
การเคลื่อนไหวของ BofA เกิดขึ้นหลังจากสถาบันการเงินอื่นๆ ได้แสดงมุมมองบวกต่อ Saia เช่นกัน:
- Citigroup: ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น 'ซื้อ' เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พร้อมราคาเป้าหมาย $488
- UBS: คงคำแนะนำ 'ซื้อ' ด้วยราคาเป้าหมาย $527
- Evercore ISI: ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น 'Outperform' เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พร้อมราคาเป้าหมาย $493
ปัจจุบัน Saia ได้รับคำแนะนำ 'ซื้อ' จากนักวิเคราะห์ 11 ราย เทียบกับคำแนะนำ 'ถือ' 8 ราย และ 'ขาย' 2 ราย สะท้อนให้เห็นถึงฉันทามติของตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโต
Adมุมมองเชิงบวกของนักวิเคราะห์มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ โดยในไตรมาส 1 ปี 2026 บริษัทรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาดการณ์ ทั้งกำไรต่อหุ้น (EPS) และรายได้
- กำไรต่อหุ้น (EPS): อยู่ที่ $1.86 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ $1.82
- รายได้: อยู่ที่ $806.2 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่คาดการณ์ประมาณ 2.2%
นอกจากนี้ ข้อมูลการดำเนินงานในเดือนเมษายนและพฤษภาคมยังคงแข็งแกร่ง โดยปริมาณน้ำหนักขนส่งต่อวันทำการ (tonnage per workday) เพิ่มขึ้น 6.9% และ 8.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนตามลำดับ บริษัทยังส่งสัญญาณว่าคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปี
ภาพรวมตลาดและการจับตาผลประกอบการ
ภาวะตลาดโดยรวมยังคงเอื้ออำนวย โดยดัชนี S&P 500 และ NASDAQ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงหุ้นในกลุ่มขนส่ง ราคาหุ้น Saia ซื้อขายอยู่ที่ $436.46 ในช่วง pre-market ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ $494.71 ทำให้นักลงทุนมองว่ายังมีโอกาสเติบโตต่อไป
นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะเป็นเครื่องยืนยันสำคัญถึงแนวโน้มการปรับปรุงอัตรากำไรตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้