Story
หุ้น Rackspace ดิ่งกว่า 23% หลังหั่นคาดการณ์รายได้และประกาศเพิ่มทุน

ราคาหุ้นของ Rackspace Technology (RXT) ดิ่งลงอย่างหนักถึง 23.6% ในการซื้อขายช่วงเช้า สู่ระดับ 5.03 ดอลลาร์ หลังจากที่บริษัทได้ประกาศปรับลดคาดการณ์ทางการเงินสำหรับปีงบประมาณ 2026 ลงอย่างมาก ส่งผลให้แรงบวกช่วงก่อนเปิดตลาดจากข่าวการจับมือเป็นพันธมิตรด้าน AI มลายหายไปสิ้น
คาดการณ์ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง
ฝ่ายบริหารได้ปรับลดคาดการณ์รายได้ทั้งปีลงสู่ช่วง 2.45 - 2.55 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลง 150 ล้านดอลลาร์จากคาดการณ์เดิมที่ 2.6 - 2.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันยังได้ปรับลดคาดการณ์กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Adjusted EBITDA) ลงเหลือ 285 - 295 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ 305 - 315 ล้านดอลลาร์
บริษัทให้เหตุผลของการปรับลดครั้งนี้ว่ามาจากปัจจัยหลายด้าน ได้แก่
- ข้อจำกัดด้านอุปทาน (Supply constraints)
- ปัจจัยลบทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical headwinds)
- การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่จะถอยออกจากกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำ
นอกจากนี้ คาดการณ์รายได้สำหรับไตรมาสที่สองที่ 641 - 649 ล้านดอลลาร์ ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 657 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับตลาดเพิ่มเติม
Adแรงกดดันซ้ำเติมจากการเพิ่มทุน
ในเวลาเดียวกัน Rackspace ได้ยื่นแบบ S-3ASR หรือการจดทะเบียนหลักทรัพย์แบบ Shelf Registration และประกาศแผนการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน (at-the-market equity offering) มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ ผ่าน Goldman Sachs การเคลื่อนไหวดังกล่าวได้สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนทันทีเกี่ยวกับผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิม (Dilution Effect) ซึ่งเป็นแรงกดดันซ้ำเติมจากแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแออยู่แล้ว
ข่าวดีความร่วมมือ AI ถูกบดบัง
ปัจจัยลบเหล่านี้ได้บดบังข่าวดีที่ควรจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญ นั่นคือการบรรลุข้อตกลงกับ Palantir Technologies เพื่อนำโซลูชัน Palantir Foundry และ AIP ไปใช้กับลูกค้าระดับกลาง องค์กรในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบเข้มงวด และหน่วยงานภาครัฐ โดยข้อตกลงนี้ยังระบุให้ Rackspace เป็นพันธมิตรที่แนะนำในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การดูแลสุขภาพ บริการทางการเงิน และพลังงาน
การร่วงลงของราคาหุ้น RXT เป็นผลมาจากปัจจัยเฉพาะของบริษัทโดยตรง เนื่องจากดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ต่างปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในวันเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยลบ 3 ประการ ได้แก่ การปรับลดคาดการณ์รายได้ครั้งใหญ่, แนวโน้มรายได้ระยะสั้นที่ต่ำกว่าคาด และการเพิ่มทุนที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิม มีน้ำหนักมากกว่าข่าวดีเรื่องความร่วมมือด้าน AI อย่างสิ้นเชิง