Story
วิเคราะห์ 5 ยักษ์ใหญ่ประกันวินาศภัย: เมื่อตลาดเปลี่ยนจากขาขึ้นสู่สมดุล ใครคือผู้ชนะ?

อุตสาหกรรมประกันวินาศภัย (P&C) ในปี 2026 กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากภาวะตลาดที่เบี้ยประกันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Hard Market) ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เข้าสู่ภาวะที่ราคาเริ่มอ่อนตัวลง (Soft Market) การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเป็นบททดสอบสำคัญที่เผยให้เห็นว่าบริษัทใดพึ่งพาการขึ้นเบี้ยประกันเพื่อกลบจุดอ่อนในการดำเนินงาน และบริษัทใดที่มีวินัยในการรับประกันภัยที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
ภาวะตลาดเปลี่ยนทิศทาง
ภาพรวมของตลาดในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนโดย 3 ปัจจัยหลัก:
- กลุ่มประกันภัยทรัพย์สิน (Property lines) มีแนวโน้มเบี้ยประกันที่อ่อนตัวลง ในขณะที่ความเสียหายจากภัยพิบัติยังคงอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต ทำให้ความจำเป็นในการปรับราคาใหม่ลดลง
- กลุ่มประกันภัยความรับผิด (Casualty lines) กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อทางสังคม (Social inflation) ซึ่งหมายถึงแนวโน้มที่คณะลูกขุนตัดสินให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนในคดีความต่างๆ สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนความรับผิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- วินัยในการรับประกันภัย (Underwriting alpha) กลายเป็นปัจจัยสร้างความแตกต่างที่สำคัญที่สุด แทนที่จะเป็นการมุ่งเน้นการเติบโตของเบี้ยประกันเพียงอย่างเดียว บริษัทที่สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมค่าสินไหมทดแทนได้ดีกว่าจะมีความได้เปรียบ
ส่องผลประกอบการ 5 ผู้นำตลาด
เมื่อเปรียบเทียบบริษัทประกันวินาศภัย 5 แห่ง พบว่าแต่ละแห่งมีเส้นทางการเติบโตและผลกำไรที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
- Progressive (PGR) มีการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยเพิ่มขึ้นจาก 4.77 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2021 เป็น 8.76 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2025 ซึ่งเป็นการเติบโตเกือบสองเท่าในรอบ 4 ปี
- Chubb (CB) และ Travelers (TRV) แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่สม่ำเสมอและมั่นคง
- ในทางตรงกันข้าม AIG มีรายได้ลดลงจาก 5.18 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือ 2.66 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลมาจากการขายหน่วยธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไป
ในด้านอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในปี 2022-2023 โดย Allstate (ALL) มี ROE ติดลบ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 42.3% ในปี 2025 เช่นเดียวกับ Progressive ที่ ROE ลดลงเหลือ 4.2% ในปี 2022 ก่อนจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งมาอยู่ที่ 40.4%
สัญญาณจากผลประกอบการล่าสุด
Adผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ของ Travelers (TRV) สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดอย่างมาก โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 10.04 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 5.41 ดอลลาร์เกือบสองเท่า ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงกว่า 31.8% ตั้งแต่ต้นปี
ขณะที่ Allstate (ALL) รายงานอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Combined Ratio) ที่แข็งแกร่งที่ 86.6% แต่กลับถูก UBS และ HSBC ปรับลดคำแนะนำในเดือนกรกฎาคม โดยให้เหตุผลว่ากำไรในปัจจุบันอาจสูงเกินกว่าระดับที่ยั่งยืนในระยะยาว และอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ในกลุ่มประกันรถยนต์และที่อยู่อาศัยอาจกลับสู่ระดับปกติที่สูงขึ้น
มุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรม
มุมมองบวก (Bull Case)
- ผลประโยชน์จากการปรับขึ้นเบี้ยประกันในช่วงก่อนหน้ายังคงทยอยรับรู้ในกรมธรรม์ระยะยาว
- รายได้จากการลงทุนยังคงได้รับอานิสงส์จากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง
- บริษัทชั้นนำอย่าง Chubb และ Travelers กำลังนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดอัตราส่วนค่าใช้จ่าย (Expense Ratio) อย่างถาวร
มุมมองลบ (Bear Case)
- วงจรราคาที่อ่อนตัวลงกำลังบีบอัตรากำไรของทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการเติบโตในกลุ่มประกันภัยเพื่อการพาณิชย์ที่ชะลอตัวลง
- ภาวะเงินเฟ้อทางสังคมในกลุ่มประกันภัยความรับผิดเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ปัจจัยชั่วคราว
- ความเสี่ยงด้านมูลค่าหุ้นสำหรับบริษัทที่ราคาปรับตัวขึ้นมามากแล้ว เช่น Travelers และ Allstate
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้