Story
หุ้น ON Semiconductor ร่วงหนัก สวนทางงานประชุมนักวิเคราะห์ หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

Summary
หุ้น ON Semiconductor (onsemi) ปรับตัวลงอย่างรุนแรงเกือบ 8% แม้บริษัทจะจัดงาน Financial Analyst Day เพื่อเผยวิสัยทัศน์ระยะยาว เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร ประกอบกับแรงกดดันจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023
หุ้นของ ON Semiconductor Corporation (onsemi) ดิ่งลงเกือบ 8.0% ในการซื้อขายช่วงบ่ายวันพุธ (ตามเวลาสหรัฐฯ) ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกดดันสองด้าน ทั้งจากปรากฏการณ์ "sell the news" หลังการจัดงาน Financial Analyst Day ที่นักลงทุนรอคอย และท่าทีที่แข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นักลงทุนเทขายทำกำไร แม้วิสัยทัศน์ระยะยาวน่าสนใจ
ในงาน Financial Analyst Day ที่จัดขึ้นในนิวยอร์ก onsemi ได้เปิดเผยกลยุทธ์และนวัตกรรมที่สำคัญ รวมถึง Embedded Power Platform ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมระดับเวเฟอร์ที่บริษัทอ้างว่ามีความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าโซลูชันปัจจุบัน 3 ถึง 5 เท่า นอกจากนี้ บริษัทยังได้ฉายภาพโอกาสในตลาดเป้าหมายทั้งหมด (Total Addressable Market) ที่มีมูลค่าสูงถึง 213,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030
อย่างไรก็ตาม แทนที่ราคาหุ้นจะตอบสนองในเชิงบวก กลับเกิดแรงเทขายทำกำไรอย่างหนัก นักลงทุนบางส่วนอาจมองว่าข่าวดังกล่าวไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในระยะสั้นได้เพียงพอ หรือกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและกรอบเวลาในการเปลี่ยนโอกาสทางการตลาดให้กลายเป็นรายได้ที่จับต้องได้ แม้จะมีการประกาศความร่วมมือกับ Subaru เพื่อประเมินเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตก็ตาม
แรงกดดันซ้ำเติมจากนโยบายการเงินของเฟด
Adปัจจัยมหภาคกลายเป็นแรงกดดันสำคัญอีกประการหนึ่ง โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ได้มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 basis points ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้
ท่าทีสายเหยี่ยว (hawkish) ของเฟดได้สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงและต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตและผลกำไรในอนาคต โดยดัชนี S&P 500 และ Dow Jones ก็ปรับตัวลดลงในวันเดียวกัน สะท้อนถึงความกังวลของตลาดในวงกว้าง
ภาพรวมและผลกระทบ
การปรับตัวลงของหุ้น onsemi จากจุดสูงสุดระหว่างวันที่ $74.42 สู่จุดต่ำสุดที่ $66.50 เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ $134.92 อยู่ประมาณ 50% สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าแม้บริษัทจะมีเรื่องราวการเติบโตในระยะยาวที่น่าสนใจ แต่ก็ยังคงเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงได้เมื่อความคาดหวังของตลาดในระยะสั้นไม่ได้รับการตอบสนอง ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่เอื้ออำนวย
Read next
More on หุ้น
ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น หลังเฟดส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินกดดันตลาด
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงและความหวังในการเจรจาในตะวันออกกลาง หลังจากที่ตลาดร่วงลงจากท่าทีสายเหยี่ยวของธนาคารกลางสหรัฐฯ

Holtec เลื่อนแผน IPO ในสหรัฐฯ มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์ อ้างสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย
Holtec Nuclear Corp. ระงับแผนการเสนอขายหุ้น IPO ในสหรัฐฯ ซึ่งตั้งเป้าระดมทุนสูงถึง 900 ล้านดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

หุ้น Snap ดีดตัวขึ้นนอกเวลาทำการ ขานรับการเปิดตัวแว่นตา AR และพันธมิตรเทคโนโลยีรายใหญ่
ราคาหุ้น Snap Inc. ปรับตัวสูงขึ้น 2.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทประกาศเปิดตัวแว่นตา AR รุ่นใหม่ พร้อมจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Salesforce, Nvidia และ AWS เพื่อรุกตลาดองค์กร

ราคาทองคำร่วง หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบาย หนุนดอลลาร์แข็งค่า
ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและเพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ