Story
ราคาน้ำมันทรงตัว แต่เตรียมปิดบวกรายสัปดาห์ ท่ามกลางความเสี่ยงอุปทานในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อยในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ แต่ยังคงมีแนวโน้มปิดตลาดในแดนบวกเป็นรายสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นปัจจัยหนุน ขณะที่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ทั่วโลกได้สร้างแรงกดดันต่อราคา
ข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ณ เวลา 01:25 GMT ระบุว่า สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 6 เซนต์ หรือ 0.08% มาอยู่ที่ 76.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 4 เซนต์ หรือ 0.06% สู่ระดับ 72.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งสัปดาห์ คาดว่าราคาน้ำมันเบรนท์จะปรับตัวขึ้นราว 6% และ WTI จะเพิ่มขึ้น 5%
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคุกรุ่น
ปัจจัยหลักที่หนุนราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้คือความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ โดยกองทัพอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในรัฐอ่าวอาหรับเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ในจังหวัดชายฝั่งทางใต้และตะวันออกของอิหร่าน
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความตึงเครียดและส่งผลให้การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบต้องล่าช้าออกไป ซึ่งช่องแคบแห่งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของโลกเคยขนส่งผ่านก่อนเกิดสงคราม
Adมุมมองนักวิเคราะห์และปัจจัยเศรษฐกิจ
แดเนียล ไฮนส์ นักยุทธศาสตร์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคาร ANZ ให้ความเห็นว่า ตลาดคลายความกังวลลงบ้างหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจหลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านโดยตรง ประกอบกับความเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวว่าเขาไม่คาดว่าสงครามจะกลับไปสู่ความขัดแย้งเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ดี ปัจจัยด้านเศรษฐกิจยังคงสร้างแรงกดดัน โดยข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตของจีนในเดือนมิถุนายนพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งบีบให้อัตรากำไรของผู้ผลิตลดลง ขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังคงอ่อนแอ ส่วนในสหรัฐฯ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ