Story
ราคาน้ำมันร่วง 2% ความกังวลเศรษฐกิจโลกบดบังความเสี่ยงอุปทานจากตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงประมาณ 2% ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว ได้ส่งผลกระทบต่อมุมมองด้านอุปสงค์ และบดบังปัจจัยเสี่ยงด้านอุปทานจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดตลาดที่ 76.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.72 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ขณะที่สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปิดที่ 72.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.44 ดอลลาร์ หรือ 2.0% การปรับตัวลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดเพิ่งปิดที่ระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ความกังวลด้านอุปสงค์กดดันตลาด
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาน้ำมันมาจากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยข้อมูลจากหลายประเทศบ่งชี้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น
- สหรัฐอเมริกา: รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 16-17 มิถุนายน แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้ออาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงและลดความต้องการใช้น้ำมัน
- จีน: ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนมิถุนายนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อผลกำไรของผู้ผลิต เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอทำให้การส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคเป็นไปได้ยาก สัญญาณดังกล่าวสะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของโลก
Adความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่
แม้ตลาดจะมุ่งความสนใจไปที่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ แต่ความเสี่ยงด้านอุปทานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้งหลังจากกองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในรัฐอ่าวอาหรับ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลกก่อนเกิดสงคราม นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุในรายงานว่า "การไหลของน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 80% ของช่วงก่อนสงคราม แต่ได้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 70% ต้นๆ หลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันครั้งล่าสุด"
นอกจากนี้ สถานการณ์ในยุโรปตะวันออกยังคงตึงเครียด โดยยูเครนได้ใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียในทะเลอาซอฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อขัดขวางการส่งเชื้อเพลิงให้กับกองทัพรัสเซีย ขณะที่ก่อนหน้านี้รัสเซียได้ประกาศระงับการส่งออกน้ำมันดีเซล ซึ่งสร้างความกังวลต่อภาวะอุปทานในตลาดโลก