Story
ราคาน้ำมันร่วง 2% ความกังวลเศรษฐกิจโลกบดบังปัจจัยเสี่ยงด้านอุปทาน

Summary
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ปิดตลาดร่วงลงประมาณ 2% เนื่องจากนักลงทุนให้น้ำหนักกับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว มากกว่าความเสี่ยงด้านอุปทานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี โดยนักลงทุนหันมาให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านอุปสงค์ที่อาจลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลก มากกว่าปัญหาอุปทานตึงตัวที่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดตลาดที่ $76.30 ต่อบาร์เรล ลดลง $1.72 หรือ 2.2% ขณะที่สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปิดที่ $72.08 ต่อบาร์เรล ลดลง $1.44 หรือ 2.0%
ความกังวลด้านอุปสงค์กดดันตลาด
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาน้ำมันคือความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นและปัญหาเศรษฐกิจอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะในสองเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก
- สหรัฐอเมริกา: รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนมิถุนายน สะท้อนความกังวลของคณะกรรมการเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจนำไปสู่การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อต่อไป การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวและลดความต้องการใช้พลังงาน
- จีน: ดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนมิถุนายนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อกำไรของผู้ผลิต เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอทำให้การส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคเป็นไปได้ยาก สัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจจีน
Adความเสี่ยงด้านอุปทานยังคงอยู่แต่ถูกลดทอนความสำคัญ
แม้ตลาดจะมีความกังวลด้านอุปทานจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (เส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก) แต่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าสถานการณ์อาจไม่ยืดเยื้อ
Vikas Dwivedi นักยุทธศาสตร์ด้านพลังงานระดับโลกของ Macquarie Group ระบุในบทวิเคราะห์ว่า "เราคาดว่าความตึงเครียดครั้งใหม่ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีช่วงเวลาค่อนข้างสั้น" นอกจากนี้ Bob Yawger ผู้อำนวยการฝ่ายพลังงานล่วงหน้าที่ Mizuho ตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามทางการทูตเพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ ซึ่งช่วยลดความกังวลของตลาดลงได้บ้าง
ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในยุโรปยังคงดำเนินต่อไป โดยมีรายงานว่าโดรนของยูเครนได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียในทะเลอาซอฟ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับอุปทานพลังงานในตลาดโลก