Story
หุ้น Micron พุ่งแรงกว่า 6% หลังผลประกอบการแกร่งและแนวโน้มอุตสาหกรรมสดใส

ราคาหุ้น Micron Technology (MU) พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 6.3% สู่ระดับ 1,008.48 ดอลลาร์ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ การดีดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมาราว 22% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,255 ดอลลาร์เมื่อปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นเพียงการเทขายทำกำไรระยะสั้น (sell-the-news) ไม่ใช่การเสื่อมถอยของปัจจัยพื้นฐาน
ผลประกอบการแข็งแกร่งและมุมมองเชิงบวก
การฟื้นตัวของราคาหุ้นมีปัจจัยหนุนสำคัญจากผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026 ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยบริษัทมีรายได้ 41.46 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 346% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 25.11 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก นอกจากนี้ บริษัทยังได้คาดการณ์รายได้สำหรับไตรมาสที่ 4 ไว้ที่ประมาณ 50 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติใหม่
มุมมองเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ยังคงเป็นแรงดึงดูดนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดย Barclays ยังคงคำแนะนำ "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" (Overweight) และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 2,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Melius Research ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดในตลาดที่ 2,200 ดอลลาร์ต่อหุ้น
อุปสงค์ชิป AI หนุนภาพรวมอุตสาหกรรม
Adปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งยังสะท้อนผ่านข้อตกลงกับลูกค้ารายยุทธศาสตร์ (Strategic Customer Agreements) 16 ฉบับ ซึ่งสร้างรายได้ที่แน่นอนแล้วกว่า 22 พันล้านดอลลาร์ และสร้างความชัดเจนของอุปสงค์ในระยะหลายปีข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังการผลิตหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่ถูกจองเต็มไปจนถึงปี 2027 และต่อเนื่องถึงปี 2028
ภาพรวมของอุตสาหกรรมหน่วยความจำยังได้รับแรงหนุนจากรายงานของ UBS ที่ระบุว่ายอดขายหน่วยความจำทั่วโลกรายเดือนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 74.6 พันล้านดอลลาร์ โดยยอดขาย DRAM เพิ่มขึ้น 27.7% และ NAND เพิ่มขึ้น 40.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งตอกย้ำถึงภาวะอุปทานที่ตึงตัวในตลาด
บทสรุปสำหรับนักลงทุน
การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังประเมินสถานการณ์ใหม่หลังการปรับฐานรุนแรง โดยเปรียบเทียบกับปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการที่เป็นประวัติการณ์ รายได้ที่แน่นอนในระยะยาว และเป้าหมายราคาจากนักวิเคราะห์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนที่รอซื้อในช่วงราคาปรับตัวลง (dip-buyers) ได้เข้ามาช้อนซื้ออย่างมีนัยสำคัญหลังจากที่หุ้นสามารถกลับมายืนเหนือระดับจิตวิทยาที่ 1,000 ดอลลาร์ ได้สำเร็จ