Story
ปริมาณซื้อขายออปชัน Marathon Petroleum ชี้สัญญาณนักลงทุนระยะยาวเข้าป้องกันความเสี่ยง

Summary
แม้ราคาหุ้น Marathon Petroleum (MPC) จะปรับตัวขึ้น แต่ตลาดออปชันกลับมีปริมาณการซื้อขาย Put Option สูงผิดปกติ ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนที่ถือครองหุ้นระยะยาวกำลังเข้าซื้อสัญญาเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาที่อาจปรับตัวลง หลังจากราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างมากในปีนี้
ปริมาณการซื้อขายออปชันของ Marathon Petroleum Corp (MPC) พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแรงเทขายเข้ามาในฝั่ง Put Option อย่างหนาแน่น แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม สัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ว่านักลงทุนที่ถือครองหุ้นในระยะยาวกำลังเข้าทำธุรกรรมเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรง
การซื้อขาย Put Option ที่โดดเด่น
ข้อมูลจากตลาดออปชัน ณ วันที่ 17 ก.ย. แสดงให้เห็นปริมาณการซื้อขายรวมที่ 12,563 สัญญา โดยสัญญา Put มีจำนวนสูงถึง 9,950 สัญญา เทียบกับสัญญา Call ที่เพียง 2,613 สัญญา ทำให้อัตราส่วน Put ต่อ Call อยู่ที่ 3.8 ต่อ 1 ซึ่งเป็นปริมาณการซื้อขาย Put ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2024
ธุรกรรมที่น่าจับตาที่สุดคือการเข้าซื้อสัญญา Jan 2027 $350 Put จำนวนมากถึง 5,902 สัญญา เทียบกับสถานะคงค้าง (Open Interest) เดิมที่มีเพียง 75 สัญญา การเข้าซื้อสัญญานี้เป็นการป้องกันความเสี่ยงหากราคาหุ้น MPC ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ $422.03 ปรับตัวลดลงประมาณ 17% ภายใน 4 เดือนข้างหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงของนักลงทุนที่ทำกำไรมหาศาลจากราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นกว่า 160% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
มุมมองที่แตกต่างในตลาด
นอกจากการป้องกันความเสี่ยงระยะยาวแล้ว ยังพบการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงระยะสั้นผ่าน Oct 2026 $380/$340 Put Spread ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยจำกัดต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงในช่วง 4 สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มองในเชิงป้องกัน
Adในทางกลับกัน มีการเข้าซื้อสัญญา Apr 2027 $450 Call จำนวน 591 สัญญา ซึ่งเป็นการเดิมพันทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีระยะเวลาเกือบ 7 เดือน การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับที่ UBS ได้กำหนดราคาเป้าหมายของ MPC ไว้ที่ $450 โดยอ้างถึงแนวโน้มส่วนต่างกำไรของธุรกิจโรงกลั่นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
บทสรุปจากข้อมูลตลาด
ภาพรวมการซื้อขายออปชันสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออย่างมีวินัยมากกว่าความตื่นตระหนก แม้ว่าค่าความผันผวนโดยนัย (Implied Volatility) ระยะ 3 เดือนจะอยู่ที่ 52.37% ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของราคาที่สูง แต่ค่าความเบ้ (Skew) กลับอยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งหมายความว่าตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงขาลงมากกว่าขาขึ้นเป็นพิเศษ
ดังนั้น กิจกรรมที่เกิดขึ้นจึงเป็นภาพที่สอดคล้องกันของนักลงทุนที่ต้องการปกป้องกำไรที่เกิดขึ้นหลังจากราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาไกลเกินกว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ (ประมาณ $330) ในขณะที่ยังมีนักลงทุนบางส่วนที่ยังคงเชื่อมั่นในแนวโน้มขาขึ้นและเข้าซื้อ Call Option เพื่อเก็งกำไรต่อไป
Read next
More on หุ้น
Waymo เตรียมเปิดตัวบริการแท็กซี่ไร้คนขับในสิงคโปร์ปี 2028 รุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรก
Waymo ในเครือ Alphabet ประกาศแผนขยายบริการเรียกรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับสู่สิงคโปร์ภายในปี 2028 ซึ่งนับเป็นการเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มนำรถยนต์เข้ามาทดสอบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

หุ้น Generac พุ่ง 18% หลังคว้าดีล 8 พันล้านดอลลาร์จาก Amazon
ราคาหุ้น Generac Holdings พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หลังประกาศข้อตกลงครั้งสำคัญมูลค่าสูงสุด 8 พันล้านดอลลาร์ เพื่อจัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองให้กับศูนย์ข้อมูลของ Amazon ตอกย้ำสถานะในฐานะผู้เล่นหลักด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสหรัฐฯ พุ่งต่อเนื่องใกล้ 7% กดดันตลาดอสังหาฯ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสหรัฐฯ ประเภทคงที่ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน แตะระดับ 6.95% การปรับขึ้นนี้เกิดขึ้นหลังเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย สร้างแรงกดดันต่อกำลังซื้อและอาจทำให้การฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยล่าช้าออกไป

ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลง หลังวอลล์สตรีทพุ่งแรงขานรับราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ที่อ่อนตัว
ดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงหลังการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ