Story

หุ้น ‘Magnificent 7’ ตามหลัง S&P 500 ในปี 2026 จากแรงฉุดของ Microsoft และ Tesla

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 16, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
หุ้น ‘Magnificent 7’ ตามหลัง S&P 500 ในปี 2026 จากแรงฉุดของ Microsoft และ Tesla
Text size
Background

กลุ่มหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่รู้จักกันในชื่อ ‘Magnificent 7’ กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญในปี 2026 โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปี (YTD) เพียง +3.7% ซึ่งต่ำกว่าดัชนี S&P 500 ที่ปรับตัวขึ้นถึง +9.92% อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมดังกล่าวซ่อนความแตกต่างอย่างสุดขั้วภายในกลุ่ม โดยผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่ของ Microsoft และ Tesla ได้บดบังการเติบโตของหุ้นตัวอื่น

ผลการดำเนินงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ข้อมูลจาก Investing.com แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างภายในกลุ่ม ‘Magnificent 7’ ซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่ทุกบริษัทที่กำลังมีปัญหา แต่เป็นเรื่องราวของหุ้นเพียงไม่กี่ตัวที่ฉุดรั้งภาพรวม

  • Apple (AAPL): +20.70%
  • Alphabet (GOOGL): +16.89%
  • Amazon (AMZN): +9.84% (ใกล้เคียงกับดัชนี)
  • NVIDIA (NVDA): +9.71% (ใกล้เคียงกับดัชนี)
  • Meta (META): +1.42%
  • Tesla (TSLA): -14.15%
  • Microsoft (MSFT): -18.64%

เมื่อคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักเท่ากัน (equal-weighted) ผลตอบแทนเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่ประมาณ +3.7% ซึ่งต่ำกว่าดัชนี S&P 500 อยู่ราว 6 จุดเปอร์เซ็นต์

สองหุ้นยักษ์ใหญ่ตัวฉุด

Microsoft กลายเป็นตัวฉุดรั้งที่ใหญ่ที่สุด โดยราคาหุ้นลดลง -18.64% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นการเริ่มต้นครึ่งปีแรกที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 สาเหตุหลักมาจากการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายด้านทุน (CAPEX) สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในปี 2026 ที่สูงถึง 1.9 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้มาก การลงทุนมหาศาลโดยที่ยังไม่เห็นผลกำไรในระยะสั้นได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อหุ้นที่มีมูลค่าสูง

Sample IUX Markets – In-articleAd

ในขณะเดียวกัน Tesla เผชิญกับวิกฤตด้านอัตลักษณ์ของบริษัท ทำให้หุ้นร่วงลง -14.15% แม้ว่าบริษัทจะรายงานยอดส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 2 ที่เป็นสถิติใหม่ที่ 480,126 คัน แต่ราคาหุ้นกลับลดลง 6.6% หลังการประกาศข่าวดังกล่าว นอกจากนี้ คู่แข่งอย่าง BYD ยังสามารถทวงตำแหน่งผู้นำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ระดับโลกกลับคืนไปได้

ภาพใหญ่ของตลาด: การหมุนกลุ่มลงทุนและแรงกดดันจาก Fed

ปัจจัยมหภาคที่สำคัญคือท่าทีทางการเงินที่แข็งกร้าว (hawkish) ของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อหุ้นเทคโนโลยีที่มีการประเมินมูลค่าสูง เมื่ออัตราคิดลด (discount rate) สูงขึ้น มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตไกลซึ่งเป็นหัวใจของการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้จะถูกบีบอัดลงอย่างมาก

ขณะเดียวกัน การที่ดัชนี S&P 500 ยังคงทำผลงานได้ดี สะท้อนถึงการขยายตัวของตลาดในวงกว้างขึ้น โดยเม็ดเงินเริ่มหมุนเวียนไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น การเงิน, การดูแลสุขภาพ, อุตสาหกรรม และพลังงาน ซึ่งในอดีตถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเสถียรภาพของดัชนีโดยรวม แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดสำหรับผู้ที่ถือครองหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ก็ตาม

นักลงทุนกำลังจับตารายงานผลประกอบการของ Alphabet, Amazon และ Meta ที่จะประกาศในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี AI จะเริ่มสร้างผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมได้หรือไม่ หรือจะทำให้หุ้นกลุ่มนี้ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าตลาดต่อไปในช่วงครึ่งหลังของปี

Read next

More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล

หุ้น

FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล

Oct 28, 2026

คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

หุ้น

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

Oct 28, 2026

Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030

หุ้น

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030

Oct 28, 2026

หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง

หุ้น

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง

Oct 28, 2026

มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้

Back to latest news

LATEST