Story
ตลาดออปชันส่งสัญญาณลบต่อหุ้น Lyft หลัง Put/Call Ratio พุ่งแตะ 1.82 ท่ามกลางแรงเทขาย

ตลาดออปชันของ Lyft (LYFT) กำลังส่งสัญญาณเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากข้อมูลล่าสุดเผยให้เห็นอัตราส่วน Put ต่อ Call (put/call ratio) ที่พุ่งสูงถึง 1.82 ซึ่งบ่งชี้ว่าปริมาณการซื้อออปชันที่คาดการณ์ว่าราคาจะลดลงนั้นมีมากกว่าฝั่งที่คาดการณ์ว่าราคาจะสูงขึ้นเกือบสองเท่า สัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง -7.24% มาอยู่ที่ $15.07 ในระหว่างวัน
แรงเก็งกำไรในฝั่งขาลง
อัตราส่วน Put/Call ที่ 1.82 มาจากปริมาณการซื้อขายสัญญา Put จำนวน 27,946 สัญญา เทียบกับสัญญา Call ที่ 15,344 สัญญา โดยธุรกรรมที่น่าจับตามองที่สุดคือการเข้าซื้อสัญญา Put ที่มีเงื่อนไขดังนี้
- สัญญา Put ที่ราคาใช้สิทธิ (Strike Price) $13 หมดอายุเดือนมีนาคม 2027: มีปริมาณการซื้อขายสูงถึง 10,093 สัญญา ซึ่งเกือบสองเท่าของสถานะคงค้าง (Open Interest) เดิม สะท้อนถึงการเข้ามาเปิดสถานะใหม่ด้วยความเชื่อมั่นสูง และคาดการณ์ว่าราคาหุ้นอาจร่วงลงอีกประมาณ 14% จากระดับปัจจุบัน
- สัญญา Put ที่ราคาใช้สิทธิ $12 หมดอายุเดือนมกราคม 2027: มีการเพิ่มสถานะอีก 5,874 สัญญา เข้าไปในสถานะคงค้างเดิมที่มีขนาดใหญ่อยู่แล้วที่ 33,258 สัญญา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอาจมีนักลงทุนรายใหญ่ทยอยสร้างสถานะคาดการณ์ขาลงอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายราคาดังกล่าวหมายถึงการปรับตัวลงอีกราว 20%
ปัจจัยพื้นฐานที่กดดันราคาหุ้น
มุมมองเชิงลบในตลาดออปชันสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานหลายประการที่กำลังกดดันบริษัท
Ad- การวิเคราะห์จากสถาบัน: Scotiabank เริ่มต้นให้คำแนะนำ Lyft ที่ "Sector Perform" พร้อมราคาเป้าหมาย $17 ซึ่งเป็นการให้คำแนะนำที่ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง Uber และ DoorDash ที่ได้รับคำแนะนำ "Outperform"
- การขายหุ้นของผู้บริหาร: รายงานระบุว่าผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่ง รวมถึง CFO, CAO, CLO และกรรมการบอร์ดอีก 2 ราย ได้ทำการขายหุ้นของตนเองในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนที่ผ่านมา
- แรงกดดันจากการแข่งขัน: การขยายบริการแท็กซี่ไร้คนขับของ Waymo และการเปิดตัว CyberCab ของ Tesla ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้างในระยะยาวสำหรับ Lyft
ความผันผวนสะท้อนความกังวลของตลาด
ข้อมูลความผันผวนโดยนัย (Implied Volatility) ระยะ 3 เดือนที่ระดับ 52.74% และค่าความเบ้ (Skew) ที่เพิ่มขึ้น ยืนยันว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านขาลงมากกว่าโอกาสในการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การที่ค่า Skew เพิ่มขึ้นหมายความว่านักลงทุนยินดีจ่ายเบี้ยประกัน (premium) ที่แพงขึ้นสำหรับสัญญา Put ที่อยู่นอกราคาใช้สิทธิ (out-of-the-money) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาที่อาจร่วงลงแรง
อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบางส่วนที่สวนทาง เช่น การเข้าซื้อสัญญา Call ระยะสั้น ซึ่งอาจเป็นการเก็งกำไรว่าราคาอาจมีการดีดตัวกลับในระยะสั้น แต่ภาพรวมยังคงถูกครอบงำด้วยแรงกดดันจากฝั่งขาลงอย่างชัดเจน
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้