Story

อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ดันความขัดแย้งสู่จุดเดือดครั้งใหม่

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ดันความขัดแย้งสู่จุดเดือดครั้งใหม่
Text size
Background

กองทัพอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐอเมริกาในหลายประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา การกระทำดังกล่าวเป็นการตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อจังหวัดชายฝั่งทางตอนใต้และตะวันออกของอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางนานสามสัปดาห์ต้องพังทลายลง

การยกระดับความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านกำลังจัดพิธีฝังศพผู้นำสูงสุดอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน

การโจมตีตอบโต้สั่นคลอนเสถียรภาพ

กองทัพอิหร่านระบุในแถลงการณ์ผ่านสื่อของรัฐว่า ได้เปิดฉากโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตของสหรัฐฯ ในคูเวต, สถานีเตือนภัยล่วงหน้าในกาตาร์ และคลังเชื้อเพลิงของกองทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน นอกจากนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามยังอ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธ 10 ลูก โจมตีฐานทัพอากาศอัซรัคในจอร์แดน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังสหรัฐฯ

การโจมตีของอิหร่านมีขึ้นหลังจากที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยเมื่อวันพุธว่าได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านประมาณ 90 แห่ง เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันก่อนหน้านี้ สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บ 78 ราย ใน 5 จังหวัด

ผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซและตลาดพลังงาน

Sample IUX Markets – In-articleAd

ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลกก่อนเกิดสงคราม กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านกล่าวว่าการแทรกแซงของสหรัฐฯ กำลังขัดขวางการเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง และยืนยันว่าจะต้องดำเนินการภายใต้การจัดการของอิหร่านเท่านั้น

ด้านกองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการของตนมีเป้าหมายเพื่อรักษาเส้นทางเดินเรือให้เปิดกว้าง และได้อำนวยความสะดวกให้เรือพาณิชย์กว่า 800 ลำขนส่งน้ำมันดิบกว่า 380 ล้านบาร์เรลผ่านช่องแคบแห่งนี้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ความไม่แน่นอนดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นในช่วงแรก ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเวลาต่อมา ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความต่อเนื่องของอุปทานน้ำมันโลก

ท่าทีระหว่างประเทศและความไม่แน่นอน

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะประกาศว่า "การหยุดยิงสิ้นสุดแล้ว" แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อีกรายหนึ่งระบุว่า "การเจรจาทางเทคนิคยังคงดำเนินต่อไป" ซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่แน่นอนในแนวทางของวอชิงตัน ขณะเดียวกัน ชาติต่างๆ ในภูมิภาค เช่น กาตาร์ ตุรกี และโอมาน ได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่แนวทางการทูตและหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารเพิ่มเติม

สำหรับนักลงทุน สถานการณ์ที่ผันผวนนี้สร้างความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดพลังงานและสินทรัพย์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

Back to latest news

LATEST