Story
IEA คาดอุปสงค์น้ำมันโลกลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่โควิด-19 จากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

Summary
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปีนี้ลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 โดยมีสาเหตุหลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบเส้นทางการขนส่ง
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยในรายงานตลาดน้ำมันรายเดือนล่าสุดว่า อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 โดยคาดว่าจะหดตัวลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ส่งผลให้การผลิตและการส่งออกในตะวันออกกลางหยุดชะงัก
ความขัดแย้งกระทบเส้นทางขนส่งสำคัญ
IEA ระบุว่าการหดตัวของอุปสงค์มีความเชื่อมโยงอย่างมากกับสถานการณ์ในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญผ่านอ่าวเปอร์เซีย การหยุดชะงักดังกล่าวส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
รายงานฉบับนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้ และการขนส่งผ่านช่องแคบจะค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม IEA เตือนว่าการสู้รบที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้งยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้แนวโน้มตลาดมืดมนลงได้ "การฟื้นตัวของตลาดน้ำมันขึ้นอยู่กับการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือ เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถกลับมาดำเนินการและโรงกลั่นสามารถกลับมาส่งออกผลิตภัณฑ์ได้" IEA กล่าว
ปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันของรัสเซีย
นอกเหนือจากผลกระทบในตะวันออกกลางแล้ว IEA ยังได้ปรับลดคาดการณ์กำลังการผลิตน้ำมันของรัสเซียลงด้วย อันเนื่องมาจากการที่ยูเครนยกระดับการโจมตีด้วยโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อสกัดกั้นแหล่งเงินทุนสนับสนุนการทำสงคราม
IEA ได้ปรับลดคาดการณ์อุปทานน้ำมันของรัสเซียลงดังนี้:
Ad- ลดลง 85,000 บาร์เรลต่อวัน สำหรับปีนี้
- ลดลง 150,000 บาร์เรลต่อวัน สำหรับปีหน้า
ส่งผลให้คาดการณ์การผลิตเฉลี่ยของรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลก จะอยู่ที่ 8.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปีนี้ และ 8.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2027
มุมมองต่อตลาดและนักลงทุน
แม้จะมีรายงานดังกล่าว แต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในวันศุกร์ แต่มีแนวโน้มปิดบวกเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะขยายวงกว้าง กับความคาดหวังว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในวงจำกัดและไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่ออุปทานน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย
IEA ประเมินว่าดุลยภาพของตลาดน้ำมันโลกมีแนวโน้มจะกลับสู่ภาวะอุปทานส่วนเกิน (surplus) ในช่วงปลายปีนี้ แต่แนวโน้มดังกล่าวยังคงขึ้นอยู่กับเสถียรภาพในตะวันออกกลางและการฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นสำคัญ