Story
หุ้นยุโรปร่วง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดในแดนลบเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง โดยดัชนี STOXX 600 ซึ่งเป็นมาตรวัดของหุ้นทั่วยุโรป ปรับตัวลดลง 0.2% ในช่วงเช้าของการซื้อขาย
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางหนุนราคาน้ำมัน
ความกังวลในตลาดทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ หลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์และการตอบโต้ทางทหารจากสหรัฐอเมริกา แม้ว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ จะออกมาตอบโต้ว่าเส้นทางดังกล่าวยังคงเปิดให้สัญจรได้ตามปกติ แต่ภัยคุกคามจากการปิดช่องแคบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ได้ส่งผลให้ตลาดพลังงานปั่นป่วน
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) และเวสต์เท็กซัส (WTI) ซึ่งเป็นสัญญาน้ำมันดิบอ้างอิงของโลก พุ่งขึ้นมากกว่า 4.4%
- หุ้นกลุ่มพลังงานรายใหญ่ของยุโรปปรับตัวสูงขึ้นสวนทางตลาด โดย Shell เพิ่มขึ้น 1.8%, BP เพิ่มขึ้น 2.7% และ TotalEnergies ปรับตัวขึ้น 2.3%
ผลกระทบต่อดัชนีหลัก
การเทขายสินทรัพย์เสี่ยงได้ฉุดดัชนีหลักในภูมิภาคให้ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นการลบล้างกำไรที่ทำไว้ได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
Ad- ดัชนี DAX ของเยอรมนี ลดลง 0.3%
- ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส ร่วงลง 0.2%
- ดัชนี FTSE 100 ของลอนดอน ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.2%
ปัจจัยที่ต้องจับตา
นักลงทุนกำลังจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของ อิซาเบล ชนาเบล (Isabel Schnabel) สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าชนาเบลเป็นหนึ่งในผู้กำหนดนโยบายสายเหยี่ยวที่มักสนับสนุนแนวทางการลดต้นทุนการกู้ยืมอย่างระมัดระวัง
ขณะเดียวกัน หุ้นรายตัวที่น่าสนใจคือ Akzo Nobel ซึ่งราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 3% หลังจากมีรายงานว่า Nippon Paint ได้ยื่นข้อเสนอซื้อธุรกิจสีทาตกแต่งของบริษัท