Story
อียูเล็งเพิ่มความยืดหยุ่นตลาดคาร์บอน เพื่อหนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป (EU) ว่า คณะกรรมาธิการยุโรปมีแผนที่จะให้ความยืดหยุ่นแก่บริษัทในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นในการปฏิรูปตลาดคาร์บอน ควบคู่ไปกับการกำหนดให้ต้องมีการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาดเพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นเพื่อแก้ไขข้อกังวลจากอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงเกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขันของยุโรปที่ลดลง โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดในการทบทวนนโยบายในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้
คณะกรรมาธิการฯ จะเปิดตัวกองทุนในตลาดคาร์บอนที่เรียกว่า "ETS Investment Booster" โดยใช้โควตาการปล่อยคาร์บอนจำนวน 400 ล้านหน่วย ซึ่งอาจเริ่มได้เร็วที่สุดในปีหน้า กองทุนนี้จะมีอายุ 3 ปี และจะจัดสรรโควตาให้กับบริษัทที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์แบบมาก่อนได้ก่อน (first-come, first-served) โดยกองทุนดังกล่าวถือเป็นขั้นแรกของแผนจัดตั้ง "ธนาคารเพื่อการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม" (Industrial Decarbonization Bank - IDB) ซึ่งจะให้เงินทุนสนับสนุนที่มาจากตลาดคาร์บอนมูลค่ารวม 1 แสนล้านยูโร
ภายหลังปี 2030 ธนาคาร IDB จะใช้โควตาการปล่อยคาร์บอนอีก 400 ล้านหน่วยเพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ผ่านการประมูลแข่งขันเป็นหลัก นอกจากนี้ การปฏิรูปจะรวมถึงการชะลอเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ช้าลง เพื่อให้สามารถออกใบอนุญาตได้แม้หลังปี 2039 ซึ่งเป็นปีที่ตามกฎปัจจุบันเพดานการปล่อยก๊าซจะลดลงเหลือศูนย์
Adสหภาพยุโรปจะขยายการจัดสรรใบอนุญาตปล่อยคาร์บอนฟรีให้กับบริษัทต่างๆ โดยส่วนหนึ่งของโควตาเพิ่มเติมนี้จะมีเงื่อนไขว่าบริษัทต้องลงทุนในการลดคาร์บอนภายใน EU และเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยมลพิษต่ำในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ทบทวนเกณฑ์มาตรฐานคาร์บอนสำหรับปี 2026-2030 อย่างเร่งด่วน ซึ่งจะส่งผลให้มีการจัดสรรโควตาฟรีเพิ่มเติมคิดเป็นมูลค่า 6 พันล้านยูโร (ประมาณ 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
คณะกรรมาธิการฯ ยังพิจารณาที่จะอนุญาตให้นำคาร์บอนเครดิตจากต่างประเทศเข้ามาในระบบการซื้อขายสิทธิ์ของตนได้ตั้งแต่ปี 2036 เป็นต้นไป แต่จะจำกัดสัดส่วนไว้ไม่เกิน 2% ของทั้งหมด