Story
ดอลลาร์แข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุ

Summary
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น หลังมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในตะวันออกกลาง ซึ่งบดบังปัจจัยด้านนโยบายการเงิน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของตลาดแทนที่นโยบายการเงิน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (U.S. dollar index) ซึ่งวัดมูลค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินหลัก ปรับตัวขึ้น 0.2% สู่ระดับ 101.10
ความตึงเครียดในอ่าวฮอร์มุซกระตุ้นแรงซื้อ
ความต้องการดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก องค์กรปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่าได้รับรายงานเรือ 2 ลำถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด และอีกลำถูกโจมตีด้วยโดรน
ในเวลาต่อมา สำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เพิกถอนใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายน้ำมันของอิหร่าน สำนักข่าวรอยเตอร์และ Axios อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการตอบโต้การโจมตีครั้งใหม่ โดยกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 5% ในวันอังคาร
การเคลื่อนไหวของสกุลเงินหลักอื่นๆ
ในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า สกุลเงินหลักอื่นๆ กลับอ่อนตัวลง:
Ad- เงินยูโร (EUR) อ่อนค่าลง 0.3% มาอยู่ที่ $1.1411 แม้ว่าข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีจะออกมาดีเกินคาด แต่ก็ถูกหักล้างด้วยมุมมองที่ระมัดระวังต่อเศรษฐกิจยูโรโซนจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
- เงินเยน (JPY) แข็งค่าขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนจะกลับมาทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยคู่สกุลเงิน USD/JPY ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 162.10 ซึ่งยังคงใกล้ระดับที่เงินเยนอ่อนค่าที่สุดในรอบ 40 ปี นอกจากนี้ เงินเยนยังอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เมื่อเทียบกับเงินปอนด์สเตอร์ลิง ทำให้นักลงทุนเฝ้าระวังการแทรกแซงตลาดจากทางการญี่ปุ่น
นักลงทุนหันจับตารายงานการประชุมเฟด
ก่อนหน้าที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะทวีความรุนแรง ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนค่าเงินดอลลาร์คือแนวโน้มของนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยค่าเงินดอลลาร์ได้อ่อนค่าลงในสัปดาห์ก่อนหลังรายงานตัวเลขการจ้างงานที่ชะลอตัวลง
ขณะนี้นักลงทุนกำลังรอรายงานการประชุมของเฟดประจำเดือนมิถุนายนที่จะเปิดเผยในวันพุธ เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมองของคณะกรรมการฯ ต่อภาวะเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน