Story
บิตคอยน์ทรงตัวเหนือ $64,000 จับตานโยบายคริปโตสหรัฐฯ และการยอมรับจากสถาบัน

ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ทรงตัวเหนือระดับ $64,000 ในวันเสาร์ รักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวหลังจากร่วงลงไปใกล้ระดับ $61,000 ในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางการจับตาของนักลงทุนต่อพัฒนาการด้านกฎระเบียบในสหรัฐอเมริกา และแนวโน้มการยอมรับจากนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดจาก Investing.com ณ เวลา 17:15 GMT (00:15 น. ตามเวลาประเทศไทย) ระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกมีการซื้อขายอยู่ที่ $64,197.6 เพิ่มขึ้น 0.60% ในรอบ 24 ชั่วโมง
นโยบายสหรัฐฯ หนุนตลาดคริปโต
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวกต่อตลาดมาจากความชัดเจนด้านนโยบายในสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่าคำสั่งห้ามธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ออกสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) เป็นเวลา 4 ปี กำลังจะมีผลบังคับใช้ หลังจากร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องฉบับหนึ่งผ่านกระบวนการและกลายเป็นกฎหมายโดยอัตโนมัติ
ข้อจำกัดดังกล่าวจะห้ามไม่ให้ Fed ออกเงินดอลลาร์ดิจิทัลไปจนถึงสิ้นปี 2030 ซึ่งนักลงทุนในอุตสาหกรรมคริปโตมองว่าเป็นการขจัดคู่แข่งที่อาจเกิดขึ้นกับสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) ที่ออกโดยภาคเอกชน
การยอมรับจากสถาบันการเงินเดินหน้า
แนวโน้มการยอมรับคริปโตในภาคสถาบันยังคงแข็งแกร่ง หลังจาก Circle ซึ่งเป็นผู้ออกสเตเบิลคอยน์ USDC ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากสำนักงานกำกับดูแลสถาบันการเงินของสหรัฐฯ (OCC) ให้จัดตั้งธนาคารทรัสต์แห่งชาติ (National Trust Bank) ได้
Adการอนุมัตินี้จะช่วยให้ Circle สามารถให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลางโดยตรง และอาจปูทางไปสู่การบริหารจัดการเงินทุนสำรองของ USDC ภายใต้การกำกับของ OCC ในอนาคต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการของภาคคริปโตเข้ากับระบบการเงินดั้งเดิมที่เพิ่มขึ้น
มุมมองต่อวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่
แม้ปัจจัยพื้นฐานจะดูดีขึ้น แต่นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มเตือนให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อวัฏจักรขาขึ้น (Bull Market) รอบถัดไปของบิตคอยน์ แม้จะมีการคาดการณ์ราคาที่ระดับ $300,000 ถึง $500,000 ภายในปี 2029 แต่ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่าผลตอบแทนในแต่ละรอบ Halving มีแนวโน้มลดลงตามการเติบโตของสินทรัพย์
- ปี 2017: จุดสูงสุดของรอบทำราคาได้ประมาณ 75 เท่าของจุดสูงสุดรอบก่อนหน้า
- ปี 2021: ทำได้ประมาณ 3.5 เท่า
- ปี 2025: คาดว่าจะทำได้ประมาณ 1.8 เท่า
นักวิเคราะห์ชี้ว่าการเข้ามาของนักลงทุนสถาบัน, การเติบโตของกองทุน ETF, และตลาดอนุพันธ์ที่ใหญ่ขึ้น กำลังทำให้บิตคอยน์กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผลตอบแทนมีความยั่งยืนมากขึ้น แต่มีความผันผวนที่รุนแรงน้อยลง