Story
ความกังวลฟองสบู่ AI พุ่งสูง หลัง "ซักเคอร์เบิร์ก" ยอมรับการพัฒนาช้ากว่าคาด และ "ไมเคิล เบอร์รี" เข้าชอร์ตหุ้นกลุ่มเทค

ความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังถูกสั่นคลอนจากสัญญาณเชิงลบหลายประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ในภาคอุตสาหกรรม โดยราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น NVIDIA, Meta และ Palantir ต่างปรับตัวลดลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของนักลงทุน
หนึ่งในสัญญาณสำคัญมาจาก มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta ที่ยอมรับเป็นการภายในกับพนักงานว่า การพัฒนา AI agents นั้น "ไม่ได้รวดเร็วอย่างที่ผู้นำคาดหวัง" ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจที่อ้างโดย UBS ที่ระบุว่า ธุรกิจประมาณ 60% กำลังชะลอการใช้จ่ายด้าน AI ทำให้เกิดคำถามว่าการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI จะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้กับองค์กรทั่วไปได้จริงหรือไม่
ในขณะเดียวกัน ไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนผู้โด่งดังจากการทำนายวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ปี 2008 ได้อย่างแม่นยำ มีรายงานว่าได้เข้าทำการขายชอร์ต (short positions) ในหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI หลายตัว เขาได้แสดงความกังวลด้านมูลค่าหุ้น โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับช่วงปลายของยุคฟองสบู่ดอทคอม ซึ่งในครั้งนั้น หุ้นอย่าง Cisco ซึ่งเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้สูญเสียมูลค่าไปกว่า 80% หลังจากฟองสบู่แตก
Adนอกเหนือจากนี้ ภาคอุตสาหกรรม AI ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยมีรายงานว่าโมเดล AI ต้นทุนต่ำจากจีนสามารถทำประสิทธิภาพได้ทัดเทียมกับโมเดลจากชาติตะวันตก ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการทุ่มงบประมาณมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีตะวันตกจะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนได้หรือไม่ นอกจากนี้ กรณีที่ Alibaba สั่งห้ามพนักงานใช้ผู้ช่วยเขียนโค้ด Claude ของ Anthropic โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ก็ยิ่งตอกย้ำความกังวลว่าการใช้ AI อาจมุ่งเน้นไปที่การรวบรวมข้อมูลมากกว่าการเพิ่มผลิตภาพ
สำหรับอนาคตอันใกล้ ปัจจัยที่ต้องจับตามองคือการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Meta และ Alphabet ซึ่งจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าการลงทุนใน AI สามารถสร้างรายได้ที่จับต้องได้หรือไม่ รวมถึงการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อหุ้นกลุ่ม AI ที่มีมูลค่าสูงและพึ่งพาการเติบโตในอนาคต