Story
วอลล์สตรีทร่วง กังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ปะทุ-เฟดเสียงแตกเรื่องดอกเบี้ย

Summary
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในวันพุธ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ เผยให้เห็นความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย
ดัชนีหลักในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดตัวในแดนลบเมื่อวันพุธ โดยดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ร่วงลง 1.1% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.4% ส่วนดัชนีแนสแด็ก (NASDAQ Composite) ลดลงเล็กน้อย 0.2% การปรับตัวลงของตลาดมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง หลังจากมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ ส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ ทำการโจมตีตอบโต้เป้าหมายกว่า 80 แห่งในอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านนั้น "จบสิ้นแล้ว" ซึ่งยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับสถานการณ์
ท่าทีที่แข็งกร้าวของทั้งสองฝ่ายได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ทะยานขึ้นเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นช่วงสั้นๆ นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซหากมีการโจมตีเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก
Adนอกเหนือจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว นักลงทุนยังได้พิจารณารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งเปิดเผยให้เห็นถึงความไม่แน่นอนอย่างสูงและความคิดเห็นที่แตกแยกในหมู่คณะกรรมการเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินในอนาคต โดยกรรมการบางส่วนสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในทันที ขณะที่ส่วนใหญ่ยังคงมองเห็นความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อาจอยู่ในระดับสูงต่อไป ซึ่งการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันล่าสุดได้เพิ่มแรงกดดันต่อการตัดสินใจของเฟดอีกครั้ง