Story
สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ตอบโต้เหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ

กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าได้เปิดปฏิบัติการโจมตีรอบใหม่ต่ออิหร่าน หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โจมตีเรือบรรทุกสินค้าติดธงไซปรัสขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
รายละเอียดเหตุการณ์
แถลงการณ์จากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command) เมื่อวันเสาร์ระบุว่า การโจมตีเรือสินค้าดังกล่าวส่งผลให้ลูกเรือพลเรือนสูญหาย 1 ราย และเกิดเพลิงไหม้บนเรือพร้อมกับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญในห้องเครื่องยนต์ ทำให้เรือไม่สามารถเดินทางต่อไปได้
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของสหรัฐฯ เกิดขึ้นตามคำสั่งโดยตรงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ผลกระทบต่อตลาดพลังงาน
เหตุการณ์นี้ได้ทวีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางให้สูงขึ้นทันที และสร้างความกังวลอย่างหนักต่อเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันโลก เนื่องจาก ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งพลังงานระหว่างประเทศ
Adความกังวลดังกล่าวสะท้อนไปยังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า:
- สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 3.14% สู่ระดับ 73.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้น 3.16% แตะที่ 78.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตา
การปะทะกันโดยตรงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่น่ากังวลระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบโต้เพิ่มเติมจากทั้งสองฝ่าย นักลงทุนและตลาดการเงินกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งที่บานปลายอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเส้นทางการค้าโลกและเพิ่มความผันผวนให้กับสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม