Story

สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ จ่อลงมติร่างกฎหมายใช้เวลาออมแสงถาวร

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ จ่อลงมติร่างกฎหมายใช้เวลาออมแสงถาวร
Text size
Background

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตรียมลงมติในสัปดาห์หน้าเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่จะกำหนดให้เวลาออมแสง (Daylight Saving Time) มีผลบังคับใช้ถาวรตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจยุติธรรมเนียมการปรับเปลี่ยนนาฬิกาสองครั้งต่อปีที่ใช้มานานหลายทศวรรษ

รายละเอียดของร่างกฎหมาย

ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า Sunshine Protection Act ซึ่งผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการพลังงานและพาณิชย์ของสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 48-1 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเนื้อหาสำคัญคือการกำหนดให้เวลาออมแสงเป็นเวลามาตรฐานถาวรทั่วประเทศ แต่ยังคงอนุญาตให้แต่ละรัฐสามารถเลือกที่จะไม่เข้าร่วมได้

ความพยายามนี้เกิดขึ้นหลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐฯ เคยลงมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายลักษณะเดียวกันนี้ไปแล้วในเดือนมีนาคม 2022 แต่สภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณา ทำให้ร่างกฎหมายตกไป

มุมมองฝ่ายสนับสนุนและผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ผู้สนับสนุนร่างกฎหมายเชื่อว่าการยกเลิกการปรับเวลาจะส่งผลดีในหลายมิติ พวกเขายกเหตุผลว่าการเปลี่ยนเวลาส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุในที่ทำงานและบนท้องถนน นอกจากนี้ การมีช่วงเวลาเย็นที่สว่างขึ้นในฤดูหนาวจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

Sample IUX Markets – In-articleAd
  • แฟรงก์ พัลโลน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่าการใช้เวลาออมแสงถาวร "ดีต่อความปลอดภัยและจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัฐนิวเจอร์ซีย์"
  • เวิร์น บูแคแนน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2018 ชี้ว่ากฎหมายนี้เป็นที่นิยมในรัฐฟลอริดา เพราะจะช่วยเพิ่มชั่วโมงในช่วงเย็นสำหรับกิจกรรมกีฬากลางแจ้ง เช่น กอล์ฟ

ข้อโต้แย้งและบริบทในอดีต

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายนี้ยังคงเผชิญกับเสียงคัดค้าน โดยวุฒิสมาชิก ทอม คอตตอน จากพรรครีพับลิกัน แสดงความกังวลว่าอาจทำให้เวลาพระอาทิตย์ขึ้นในฤดูหนาวล่าช้าออกไปมาก ซึ่งจะส่งผลให้เด็กๆ ต้องเดินทางไปโรงเรียนในขณะที่ยังมืดอยู่

ในอดีต สหรัฐฯ เคยทดลองใช้เวลาออมแสงตลอดทั้งปีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และอีกครั้งในปี 1974 เพื่อลดการใช้พลังงาน แต่กลับไม่เป็นที่นิยมอย่างมากในครั้งหลัง จนรัฐสภาต้องยกเลิกไปในปีเดียวกัน หากร่างกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ก็ยังจำเป็นต้องส่งกลับไปให้วุฒิสภาพิจารณาอีกครั้งก่อนจะมีผลบังคับใช้

Back to latest news

LATEST