Story
สหรัฐฯ ยื่นคำขาดให้อิหร่านให้คำมั่นยุติการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ

Summary
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังเรียกร้องให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น
เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐอเมริกากำลังเรียกร้องให้อิหร่านแสดงคำมั่นต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ และรับประกันว่าเส้นทางเดินเรือทั้งหมดจะเปิดให้สัญจรได้โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางใดๆ
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น และการเจรจาระหว่างสองประเทศมีความคืบหน้าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ซึ่งให้ข้อมูลกับกลุ่มผู้สื่อข่าวขนาดเล็ก
ข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐฯ
สหรัฐฯ ได้ยื่นเงื่อนไขที่ชัดเจนต่ออิหร่าน โดยหนึ่งในเจ้าหน้าที่กล่าวว่า "สิ่งที่เราเรียกร้องคือให้อิหร่านออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะที่ยอมรับว่าช่องทางเดินเรือทั้งหมดในช่องแคบฮอร์มุซนั้นเปิดกว้าง และพวกเขาจะไม่ยิงเรืออีกต่อไป หากพวกเขาไม่ให้คำแถลงดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ตามมาจะไม่เป็นผลดีต่อพวกเขา"
นอกเหนือจากประเด็นความปลอดภัยในการเดินเรือแล้ว ข้อเรียกร้องพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือการให้อิหร่านส่งมอบวัสดุนิวเคลียร์ทั้งหมด โดยสหรัฐฯ เชื่อว่าเตหะรานครอบครอง ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง (highly enriched uranium) มากกว่า 900 ปอนด์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้หากต้องการบรรลุข้อตกลงใดๆ
เบื้องหลังความตึงเครียดและผลกระทบต่อตลาด
Adข้อเรียกร้องนี้เกิดขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำถูกโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารซึ่งกันและกัน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามเมื่อเดือนมิถุนายนได้สิ้นสุดลงแล้ว
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ หนึ่งในห้าของอุปทานน้ำมันทั่วโลก ความขัดแย้งใดๆ ในบริเวณนี้มักส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน นักลงทุนจึงกำลังจับตาสถานการณ์การเจรจาอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีรายงานว่ารัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านจะเดินทางไปยังโอมานเพื่อหารือในประเด็นดังกล่าว
แนวโน้มที่ไม่แน่นอน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวเสริมว่า อิหร่านได้ชี้แจงว่าการโจมตีล่าสุดเกิดจาก "ความผิดพลาดของหน่วยงานบางส่วนในระบบ" ซึ่งอาจสะท้อนถึงการต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายในระหว่างกลุ่มสายแข็งและกลุ่มปฏิบัตินิยมในอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงยืนยันจุดยืนที่แข็งกร้าว โดยระบุว่าแม้ประธานาธิบดีจะสั่งการให้มีการเจรจา แต่หากอิหร่านยังคงทำการโจมตีหรือมีพฤติกรรมที่เป็นปรปักษ์ สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะตอบโต้กลับ ทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้แนวโน้มของสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง