Story
ทรัมป์ประกาศ 'สิ้นสุดการหยุดยิง' กับอิหร่าน แต่ยังเปิดทางเจรจา ขณะที่ตลาดน้ำมันผันผวน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศว่าการหยุดยิงกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้จะยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจรจากันต่อ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
ทรัมป์ประกาศ "สิ้นสุดการหยุดยิง"
ทรัมป์เขียนข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันศุกร์ว่า "สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ขอให้เรา 'เจรจา' ต่อ เราตกลงที่จะทำเช่นนั้น แต่สหรัฐฯ ได้แจ้งกับพวกเขาอย่างชัดเจนว่า การหยุดยิงได้สิ้นสุดลงแล้ว!"
อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ออกมาโต้แย้งคำกล่าวของทรัมป์ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอการเจรจากับสหรัฐฯ แต่ได้ตกลงที่จะให้การต้อนรับผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ในกรุงเตหะราน ตามการรายงานของสำนักข่าว Reuters
ความตึงเครียดปะทุในช่องแคบฮอร์มุซ
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากความขัดแย้งกลับมาปะทุรุนแรงตลอดสัปดาห์ โดยมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำถูกโจมตี นำไปสู่การที่สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย
Adเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และเปิดเส้นทางเดินเรือทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านรายงานว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บอีก 115 ราย
ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก
ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงาน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ใน 5 ของอุปทานทั้งโลก การสู้รบที่รุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์
ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า ปริมาณน้ำมันเบนซินสำรองของสหรัฐฯ ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่เกือบ 10 ล้านบาร์เรล สถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนี้นับเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนทางการเมืองสำหรับทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งสภาคองเกรสที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน