Story
ทรัมป์ประกาศ 'สิ้นสุดการหยุดยิง' กับอิหร่าน แต่ยังเปิดทางเจรจาต่อท่ามกลางความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า การหยุดยิงที่ทำไว้กับอิหร่านเมื่อเดือนที่แล้วได้สิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะเจรจากับอิหร่านต่อไป ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
ท่าทีที่สวนทางกัน
ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า "สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ร้องขอให้เราเจรจาต่อ เราตกลงที่จะทำเช่นนั้น แต่สหรัฐฯ ได้แจ้งกับพวกเขาอย่างชัดเจนแล้วว่า การหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้ว!"
อย่างไรก็ดี ฝ่ายอิหร่านได้ออกมาโต้แย้งคำกล่าวของทรัมป์ โดยสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านอ้างคำพูดของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอการเจรจา แต่ได้ตกลงที่จะให้การต้อนรับผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ในกรุงเตหะราน ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าผู้แทนจากกาตาร์กำลังอยู่ในอิหร่านเพื่อพยายามลดความตึงเครียด
ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำถูกโจมตี นำไปสู่การตอบโต้ทางทหารจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน สหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 1 ใน 5 ของโลก
Adกระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ใน 6 เมืองของอิหร่านเมื่อวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บ 115 ราย
ผลกระทบต่อตลาดพลังงาน
ความไม่สงบที่เกิดขึ้นใหม่ในอ่าวเปอร์เซียได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์ สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะในสหรัฐฯ
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐฯ ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่เกือบ 10 ล้านบาร์เรล นักลงทุนและตลาดกำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในวงกว้าง