Story
ทรัมป์ประกาศยุติการหยุดยิงกับอิหร่าน แต่ยังเปิดโต๊ะเจรจา ท่ามกลางความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทำไว้เมื่อเดือนก่อนได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างเป็นทางการ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงที่จะเจรจาต่อไปก็ตาม ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก
สหรัฐฯ ยุติการหยุดยิง แต่ยังเปิดทางเจรจา
ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า "สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ขอให้เราเจรจาต่อ เราตกลงที่จะทำเช่นนั้น แต่สหรัฐฯ ได้แจ้งกับพวกเขาอย่างชัดเจนว่า การหยุดยิงได้สิ้นสุดลงแล้ว!"
อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านได้ออกมาโต้แย้งคำกล่าวของทรัมป์ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอการเจรจา แต่ได้ตกลงที่จะให้การต้อนรับผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ในกรุงเตหะราน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่ระบุว่า ผู้แทนจากกาตาร์และโอมานกำลังพยายามเป็นคนกลางเพื่อลดความตึงเครียด
ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ และผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน
สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ใน 5 ของโลก เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ โจมตีตอบโต้ที่ตั้งทางทหารของอิหร่าน และอิหร่านได้ยิงตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย
Adความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใหม่นี้ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์ นอกจากนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่า ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังของสหรัฐฯ ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่เกือบ 10 ล้านบาร์เรล
ข้อเรียกร้องและสถานการณ์ล่าสุด
เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า วอชิงตันเรียกร้องให้อิหร่านออกมาประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และจะเปิดเส้นทางเดินเรือทุกช่องทางโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยในการเดินเรือ
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ใน 6 เมืองของอิหร่านเมื่อวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บอีก 115 ราย สถานการณ์ยังคงเปราะบาง แม้จะมีความพยายามทางการทูตจากหลายฝ่ายเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ที่ดำเนินมาเกือบ 5 เดือนแล้ว