Story
ทรัมป์ประกาศยุติการหยุดยิงกับอิหร่าน แม้เห็นพ้องเจรจาต่อ ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะเจรจากันต่อไป แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ก็ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงที่ทำไว้เมื่อเดือนที่แล้วได้สิ้นสุดลงแล้ว
ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 5 เดือน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกและสร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ความพยายามทางการทูตที่สวนทาง
ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า "สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ขอให้เรา 'เจรจา' ต่อไป เราได้ตกลงที่จะทำเช่นนั้น แต่สหรัฐฯ ได้แจ้งกับพวกเขาอย่างชัดเจนแล้วว่า การหยุดยิงได้จบสิ้นลงแล้ว!" อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอการเจรจา แต่ได้ตกลงที่จะให้กาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ยในกรุงเตหะราน
แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า คณะผู้เจรจาจากกาตาร์ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ในอิหร่านเมื่อวันศุกร์เพื่อลดความตึงเครียดและหารือเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านมีกำหนดเยือนโอมานเพื่อหารือเกี่ยวกับการเดินทางที่ปลอดภัยของเรือในช่องแคบดังกล่าว
ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ และผลกระทบที่เกิดขึ้น
Adความตึงเครียดปะทุขึ้นอีกครั้งหลังจากมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำ ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน และได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางทหารในอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียกลับ
- กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านรายงานว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ใน 6 เมืองของอิหร่านเมื่อวันพุธและพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บ 115 ราย
- สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และเปิดเส้นทางเดินเรือทุกช่องทางโดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง
ความผันผวนในตลาดน้ำมัน
สถานการณ์ความขัดแย้งที่กลับมารุนแรงขึ้นได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์ ก่อนสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 1 ใน 5 ของโลก
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐฯ ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีเกือบ 10 ล้านบาร์เรล สะท้อนให้เห็นถึงอุปทานที่ตึงตัวซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในวงกว้าง