Story
ทรัมป์ประกาศ 'สิ้นสุดการหยุดยิง' กับอิหร่าน แต่ยังเปิดทางเจรจาต่อ ท่ามกลางความตึงเครียดที่กระทบราคาน้ำมัน

Summary
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศยุติข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน แม้จะตกลงที่จะเจรจาต่อ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่ทำไว้เมื่อเดือนที่แล้วได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" อย่างเป็นทางการ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงที่จะเจรจาต่อไปก็ตาม การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก
สถานการณ์ล่าสุดและการเจรจา
นายทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า "สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ขอให้เราเจรจาต่อ เราตกลงที่จะทำเช่นนั้น แต่สหรัฐฯ ได้แจ้งพวกเขาอย่างชัดเจนว่าการหยุดยิงได้ สิ้นสุดลงแล้ว!" อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านได้ออกมาโต้แย้งคำกล่าวของทรัมป์ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอการเจรจา แต่ได้ตกลงที่จะให้กาตาร์ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ผู้แทนจากกาตาร์ได้เดินทางไปยังกรุงเตหะรานเมื่อวันศุกร์เพื่อหารือเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดและการรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 1 ใน 5 ของโลก
ผลกระทบต่อตลาดพลังงาน
ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้งได้ส่งผลให้ตลาดน้ำมันเกิดความผันผวนอย่างหนัก โดย ราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์ สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
Adข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) ของสหรัฐฯ ระบุว่า
- สต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐฯ ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังโดยรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่เกือบ 10 ล้านบาร์เรล
- สต็อกน้ำมันเบนซินในทุกภูมิภาคของสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ปกติของฤดูกาล
เบื้องหลังความขัดแย้ง
ความขัดแย้งระลอกล่าสุดเริ่มต้นขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันเชิงพาณิชย์ของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำถูกโจมตี ทำให้สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการโจมตีที่ตั้งทางทหารของอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การที่อิหร่านยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย
กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านรายงานว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ใน 6 เมืองของอิหร่านเมื่อวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บอีก 115 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และเปิดเส้นทางเดินเรือทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข