Story
ทรัมป์ประกาศ 'สิ้นสุดการหยุดยิง' กับอิหร่าน แต่ยังเปิดทางเจรจาต่อ ท่ามกลางความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง

Summary
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจรจาต่อไป ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงที่จะเจรจากันต่อไป แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นในสัปดาห์นี้ แต่ก็ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงที่ทำไว้เมื่อเดือนที่แล้วได้ สิ้นสุดลงแล้ว
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก
ความขัดแย้งปะทุและการตอบโต้
ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาว่า "สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ขอให้เรา 'เจรจา' ต่อไป เราได้ตกลงที่จะทำเช่นนั้น แต่สหรัฐฯ ได้แจ้งกับพวกเขาอย่างชัดเจนแล้วว่า การหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้ว!" อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านได้ออกมาโต้แย้งคำกล่าวของทรัมป์ โดยระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอการเจรจา แต่ได้ตกลงที่จะให้การต้อนรับผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์
ความตึงเครียดรอบล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันเชิงพาณิชย์ของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำถูกโจมตี ส่งผลให้สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีที่ตั้งหลายแห่งของอิหร่าน และอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย
ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและช่องแคบฮอร์มุซ
Adสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลกก่อนเกิดสงคราม ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยรอยเตอร์สรายงานว่าราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนทางการเมืองสำหรับทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาในเดือนพฤศจิกายน
สหรัฐฯ ได้ยื่นคำขาดเมื่อวันศุกร์ เรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และเปิดเส้นทางเดินเรือทั้งหมดโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน จะเดินทางเยือนโอมานเพื่อหารือเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว
คำขู่ที่รุนแรงและความพยายามทางการทูต
ทรัมป์ยังได้โพสต์ข้อความที่แข็งกร้าว โดยระบุว่าได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เตรียมพร้อมโจมตีอิหร่าน หากมีความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากมีรายงานข่าวจาก The Wall Street Journal ว่าอิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองที่ระบุว่าอิหร่านมีแผนลอบสังหารทรัมป์
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด ยังคงมีความพยายามทางการทูตดำเนินต่อไป โดยมีรายงานว่าผู้แทนเจรจาจากกาตาร์ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ในอิหร่านเมื่อวันศุกร์เพื่อลดความตึงเครียด ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ใน 6 เมืองของอิหร่านเมื่อวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บ 115 ราย