Story
หุ้น Teva พุ่งแรง หลังรายได้แกร่งเกินคาด กลบตัวเลขกำไรที่พลาดเป้า

Summary
หุ้น Teva Pharmaceutical พุ่งขึ้นเกือบ 6% หลังบริษัทรายงานรายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แม้กำไรต่อหุ้นจะพลาดเป้าจากค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มยาหลักช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
หุ้นของ Teva Pharmaceutical (TEVA) พุ่งขึ้นเกือบ 6% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2026 ซึ่งมีรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยนักลงทุนมองข้ามตัวเลขกำไรต่อหุ้นที่พลาดเป้าไปอย่างมาก เนื่องจากเป็นผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
รายได้แข็งแกร่งสวนทางกำไร
Teva รายงานรายได้ในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 4.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 4.05 พันล้านดอลลาร์ ในทางกลับกัน กำไรต่อหุ้นปรับปรุง (Adjusted EPS) อยู่ที่เพียง 0.02 ดอลลาร์ ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.62 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำไรที่ต่ำกว่าคาดนี้มีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการเข้าซื้อกิจการ Emalex Biosciences มูลค่า 726 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้นประมาณ 0.61 ดอลลาร์ นักลงทุนจึงมองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นรายการพิเศษ และหันไปให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งในการดำเนินงานหลักของบริษัทแทน
กลุ่มยาหลักเติบโตโดดเด่น
ปัจจัยสำคัญที่โดดเด่นในรายงานคือผลการดำเนินงานของกลุ่มยาที่เป็นนวัตกรรมหลัก 3 ตัวของ Teva ได้แก่ Austedo, Ajovy และ Uzedy ซึ่งสร้างรายได้รวมกันทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสเดียว เติบโตขึ้นถึง 43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในสกุลเงินท้องถิ่น
Adจากแนวโน้มที่แข็งแกร่งดังกล่าว Teva ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปีสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัวนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกว่ากลยุทธ์ "Pivot to Growth" ของบริษัทกำลังให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
มุมมองนักวิเคราะห์และภาพรวมตลาด
ปัจจัยบวกเพิ่มเติมมาจากการที่บริษัท Piper Sandler ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น Teva ขึ้นเป็น 44 ดอลลาร์ จากเดิม 42 ดอลลาร์ พร้อมคงคำแนะนำ "Overweight" (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน) สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่เป็นบวกอย่างเป็นเอกฉันท์ในหมู่นักวิเคราะห์ ซึ่งให้คำแนะนำ "ซื้อ" ทั้ง 12 ราย โดยไม่มีคำแนะนำ "ถือ" หรือ "ขาย"
การปรับตัวขึ้นของหุ้น Teva เกิดขึ้นสวนทางกับภาวะตลาดโดยรวมที่ค่อนข้างทรงตัว โดยดัชนี S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการซื้อขายล่วงหน้า สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นเป็นผลมาจากปัจจัยเฉพาะของบริษัท ไม่ใช่กระแสของภาคอุตสาหกรรมหรือตลาดในวงกว้าง
Read next
More on หุ้น
หุ้น Ingenia พุ่งขึ้นหลังข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 2.14 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจาก Warburg Pincus
หุ้นของ Ingenia Communities ผู้ให้บริการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุในออสเตรเลีย พุ่งขึ้นหลังจาก Warburg Pincus บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ เพิ่มข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการแบบไม่ผูกมัดเป็น 2.14 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีเงื่อนไขว่า Ingenia ต้องยกเลิกการเข้าซื้อกิจการอีกรายการหนึ่ง

หุ้น Ingenia Communities พุ่งขึ้น 6% หลัง Warburg Pincus ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 2.14 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียที่ปรับปรุงใหม่
หุ้นของบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจชุมชนไลฟ์สไตล์ในออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้นหลังจากบริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ เพิ่มข้อเสนอที่ไม่ผูกมัดเป็น 5.25 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อหุ้น แต่ข้อเสนอดังกล่าวมีเงื่อนไขว่า Ingenia ต้องยกเลิกการเข้าซื้อกิจการอื่นก่อน

ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมจากจีนประสบปัญหาอย่างหนัก ขณะที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการจำกัดการนำเข้าเพิ่มเติม
หุ้นของบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนทางแสงสำหรับศูนย์ข้อมูล ร่วงลงอย่างหนักท่ามกลางรายงานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ กำลังพิจารณากฎหมายใหม่เพื่อจำกัดการใช้งานชิ้นส่วนเหล่านี้ในระบบที่มีความอ่อนไหว ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายที่ชิ้นส่วนสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันด้านกฎระเบียบต่อภาคส่วนนี้

Evercore เตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภาวะผกผันของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ท่ามกลางการพุ่งขึ้นของหุ้น AI
นักกลยุทธ์จาก Evercore ISI มองเห็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการผกผันของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่แนะนำให้ปรับพอร์ตการลงทุนไปในทิศทางป้องกันความเสี่ยงบางส่วน แทนที่จะละทิ้งตลาดหุ้นขาขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปัจจุบัน