Story
วอลล์สตรีทปิดบวก นักลงทุนจับตาฤดูผลประกอบการหลัง SK Hynix เปิดตัวสวยงาม

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดทำการในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ โดยดัชนี S&P 500 ขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นหลังการเปิดตัวอย่างสวยงามของ SK Hynix ในตลาด Nasdaq และการจับตามองฤดูการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ซึ่งจะเริ่มต้นในสัปดาห์หน้า
ภาพรวมตลาดท้ายสัปดาห์
ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าฟุ่มเฟือย
- ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.42% ที่ระดับ 7,575.39 จุด
- ดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.29% สู่ระดับ 26,281.61 จุด
- ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ขยับขึ้น 0.29% ปิดที่ 52,637.01 จุด
สำหรับภาพรวมทั้งสัปดาห์ ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น 1.2% และ 1.7% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 0.5% ข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ปริมาณการซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ ค่อนข้างเบาบาง โดยมีหุ้นซื้อขายเพียง 1.45 หมื่นล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ย 20 วันที่ 2.24 หมื่นล้านหุ้น
SK Hynix ปลุกกระแสหุ้น AI
Adกระแสการลงทุนในหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังหุ้น SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่จากเกาหลีใต้ เปิดตัวในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างน่าประทับใจ โดยราคาปิดตลาดวันแรกอยู่ที่ 170 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาเสนอขาย (IPO) ที่ 149 ดอลลาร์สหรัฐ ถึง 13% การระดมทุนครั้งนี้สร้างเม็ดเงินได้กว่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตชิป ซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการเติบโตของ AI ในปีนี้ โดยดัชนี PHLX chip index ปรับตัวขึ้น 0.06% อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไปและการเทขายทำกำไรได้สร้างความผันผวนให้กับภาคส่วนนี้ในช่วงที่ผ่านมา
นักลงทุนจับตางบไตรมาส 2
สัปดาห์หน้าจะเป็นการเริ่มต้นของฤดูการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 โดยจะเริ่มจากกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะให้ภาพสะท้อนที่ชัดเจนเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเติบโตถึง 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีบริษัทเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ตามข้อมูลของ LSEG I/B/E/S นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนและถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต