Story
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงหนัก: SanDisk และ Micron นำทีมปรับตัวลง สวนทางหุ้นกลุ่มอื่นที่พุ่งขึ้นจากผลประกอบการ

Summary
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันศุกร์เผชิญความผันผวน โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น SanDisk และ Micron ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ขณะที่หุ้นในกลุ่มอื่น เช่น Digital Realty และ Ringcentral ดีดตัวขึ้นแรงหลังรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ตลาดหุ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขนาดใหญ่เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก นำโดย SanDisk และ Micron ขณะที่บริษัทในกลุ่มอื่นสามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นจากปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงเทขาย
หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Mega-Cap) หลายตัวปิดตลาดในแดนลบอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีทางการเงิน ข้อมูลจาก Investing.com ระบุถึงการปรับตัวลงของหุ้นสำคัญดังนี้:
- SanDisk Corp (SNDK): -8.21%
- Micron Tech (MU): -5.88%
- American Express (AXP): -6.17%
- Intel Corp (INTC): -3.57%
การปรับตัวลดลงพร้อมกันของหุ้นผู้ผลิตชิปรายใหญ่เหล่านี้บ่งชี้ถึงความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มของอุตสาหกรรมในระยะสั้น
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นจากปัจจัยบวก
Adในทางตรงกันข้าม หุ้นจำนวนมากในกลุ่มอื่นๆ สามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานผลประกอบการที่น่าประทับใจและการปรับเพิ่มมุมมองจากนักวิเคราะห์
- Digital Realty Trust Inc (DLR) หุ้นพุ่งขึ้นถึง +14.96% หลังจาก TD Cowen ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุน โดยอ้างถึงความต้องการที่แข็งแกร่ง
- Ringcentral Inc (RNG) ราคาหุ้นทะยานขึ้นกว่า +23.77% หลังบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีกว่าคาดและปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคต
- SS&C Technologies (SSNC) ปรับตัวขึ้น +10.31% หลังจากรายงานทั้งรายได้และกำไรในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
- Safety Insurance (SAFT) ในกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก ราคาพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง +41.33%
ภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาด
ความเคลื่อนไหวที่สวนทางกันนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนกำลังให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัทมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะตลาดโดยรวมที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง หุ้นที่สามารถแสดงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนจะได้รับความสนใจจากตลาดเป็นพิเศษ ดังจะเห็นได้จากกรณีของ MaxLinear Inc (MXL) ที่ราคาหุ้นกลับร่วงลงถึง -16.34% แม้ว่าจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีก็ตาม ซึ่งอาจบ่งชี้ว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตที่สูงกว่านี้
Read next
More on หุ้น
มีรายงานว่า Solidigm ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ SK Hynix กำลังพิจารณาเสนอขายหุ้น IPO โดยมีมูลค่าสูงถึง 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานข่าวระบุว่า บริษัทลูกของ SK Hynix ในสหรัฐอเมริกาที่ผลิตชิปหน่วยความจำ กำลังพิจารณาที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจระดมทุนได้ถึง 15 พันล้านดอลลาร์ และกลายเป็นหนึ่งใน IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ

AMD เข้าร่วมกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลักดันการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นรายสัปดาห์
หุ้น Advanced Micro Devices ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์นี้ ขณะที่ Meta และ Moderna ก็ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ส่วนหุ้น Oracle ปรับตัวลงหลังจากมีรายงานเกี่ยวกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในโครงการศูนย์ข้อมูลสำคัญแห่งหนึ่ง

นักลงทุนจับตาดัชนีเฟดดัลลัสและการประมูลพันธบัตรกระทรวงการคลังที่จะเริ่มต้นสัปดาห์
ผู้เกี่ยวข้องในตลาดจะติดตามข้อมูลภาคการผลิตระดับภูมิภาคจากธนาคารกลางสหรัฐสาขาดัลลัส และผลการประมูลพันธบัตรกระทรวงการคลังสองรายการในวันจันทร์ นอกจากนี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาริชมอนด์ โทมัส บาร์กิน ก็มีกำหนดการกล่าวถึงประเด็นต่างๆ ซึ่งอาจให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนโยบายการเงินด้วย

Revvity มองเห็นโอกาสในการลงทุนในออปชั่นขาขึ้นครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าหมายราคาใช้สิทธิที่ 170 ดอลลาร์สำหรับปี 2026
มีการตรวจพบกิจกรรมซื้อขายออปชั่นที่ผิดปกติในหุ้น Revvity (RVTY) โดยมีอัตราส่วน Call ต่อ Put เกือบ 156 ต่อ 1 ซึ่งเกิดจากการซื้อขายครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวใน Call Option ที่มีราคาใช้สิทธิ์สูงกว่าราคาตลาด (Out-of-the-Money Call Option) ซึ่งจะหมดอายุในเดือนพฤศจิกายน 2026