Story

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงหนัก: SanDisk และ Micron นำทีมปรับตัวลง สวนทางหุ้นกลุ่มอื่นที่พุ่งขึ้นจากผลประกอบการ

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 24, 20261 min read
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงหนัก: SanDisk และ Micron นำทีมปรับตัวลง สวนทางหุ้นกลุ่มอื่นที่พุ่งขึ้นจากผลประกอบการ

Summary

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันศุกร์เผชิญความผันผวน โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น SanDisk และ Micron ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ขณะที่หุ้นในกลุ่มอื่น เช่น Digital Realty และ Ringcentral ดีดตัวขึ้นแรงหลังรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

Text size
Background

ตลาดหุ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขนาดใหญ่เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก นำโดย SanDisk และ Micron ขณะที่บริษัทในกลุ่มอื่นสามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นจากปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงเทขาย

หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Mega-Cap) หลายตัวปิดตลาดในแดนลบอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีทางการเงิน ข้อมูลจาก Investing.com ระบุถึงการปรับตัวลงของหุ้นสำคัญดังนี้:

  • SanDisk Corp (SNDK): -8.21%
  • Micron Tech (MU): -5.88%
  • American Express (AXP): -6.17%
  • Intel Corp (INTC): -3.57%

การปรับตัวลดลงพร้อมกันของหุ้นผู้ผลิตชิปรายใหญ่เหล่านี้บ่งชี้ถึงความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มของอุตสาหกรรมในระยะสั้น

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นจากปัจจัยบวก

Sample IUX Markets – In-articleAd

ในทางตรงกันข้าม หุ้นจำนวนมากในกลุ่มอื่นๆ สามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานผลประกอบการที่น่าประทับใจและการปรับเพิ่มมุมมองจากนักวิเคราะห์

  • Digital Realty Trust Inc (DLR) หุ้นพุ่งขึ้นถึง +14.96% หลังจาก TD Cowen ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุน โดยอ้างถึงความต้องการที่แข็งแกร่ง
  • Ringcentral Inc (RNG) ราคาหุ้นทะยานขึ้นกว่า +23.77% หลังบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีกว่าคาดและปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคต
  • SS&C Technologies (SSNC) ปรับตัวขึ้น +10.31% หลังจากรายงานทั้งรายได้และกำไรในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
  • Safety Insurance (SAFT) ในกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก ราคาพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง +41.33%

ภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาด

ความเคลื่อนไหวที่สวนทางกันนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนกำลังให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัทมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะตลาดโดยรวมที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง หุ้นที่สามารถแสดงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนจะได้รับความสนใจจากตลาดเป็นพิเศษ ดังจะเห็นได้จากกรณีของ MaxLinear Inc (MXL) ที่ราคาหุ้นกลับร่วงลงถึง -16.34% แม้ว่าจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีก็ตาม ซึ่งอาจบ่งชี้ว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตที่สูงกว่านี้

Read next

More on หุ้น
มีรายงานว่า Solidigm ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ SK Hynix กำลังพิจารณาเสนอขายหุ้น IPO โดยมีมูลค่าสูงถึง 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

หุ้น

มีรายงานว่า Solidigm ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ SK Hynix กำลังพิจารณาเสนอขายหุ้น IPO โดยมีมูลค่าสูงถึง 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Sep 25, 2026

รายงานข่าวระบุว่า บริษัทลูกของ SK Hynix ในสหรัฐอเมริกาที่ผลิตชิปหน่วยความจำ กำลังพิจารณาที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจระดมทุนได้ถึง 15 พันล้านดอลลาร์ และกลายเป็นหนึ่งใน IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ

AMD เข้าร่วมกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลักดันการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นรายสัปดาห์

หุ้น

AMD เข้าร่วมกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลักดันการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นรายสัปดาห์

Sep 25, 2026

หุ้น Advanced Micro Devices ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์นี้ ขณะที่ Meta และ Moderna ก็ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ส่วนหุ้น Oracle ปรับตัวลงหลังจากมีรายงานเกี่ยวกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในโครงการศูนย์ข้อมูลสำคัญแห่งหนึ่ง

นักลงทุนจับตาดัชนีเฟดดัลลัสและการประมูลพันธบัตรกระทรวงการคลังที่จะเริ่มต้นสัปดาห์

หุ้น

นักลงทุนจับตาดัชนีเฟดดัลลัสและการประมูลพันธบัตรกระทรวงการคลังที่จะเริ่มต้นสัปดาห์

Sep 25, 2026

ผู้เกี่ยวข้องในตลาดจะติดตามข้อมูลภาคการผลิตระดับภูมิภาคจากธนาคารกลางสหรัฐสาขาดัลลัส และผลการประมูลพันธบัตรกระทรวงการคลังสองรายการในวันจันทร์ นอกจากนี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาริชมอนด์ โทมัส บาร์กิน ก็มีกำหนดการกล่าวถึงประเด็นต่างๆ ซึ่งอาจให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนโยบายการเงินด้วย

Revvity มองเห็นโอกาสในการลงทุนในออปชั่นขาขึ้นครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าหมายราคาใช้สิทธิที่ 170 ดอลลาร์สำหรับปี 2026

หุ้น

Revvity มองเห็นโอกาสในการลงทุนในออปชั่นขาขึ้นครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าหมายราคาใช้สิทธิที่ 170 ดอลลาร์สำหรับปี 2026

Sep 25, 2026

มีการตรวจพบกิจกรรมซื้อขายออปชั่นที่ผิดปกติในหุ้น Revvity (RVTY) โดยมีอัตราส่วน Call ต่อ Put เกือบ 156 ต่อ 1 ซึ่งเกิดจากการซื้อขายครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวใน Call Option ที่มีราคาใช้สิทธิ์สูงกว่าราคาตลาด (Out-of-the-Money Call Option) ซึ่งจะหมดอายุในเดือนพฤศจิกายน 2026

Back to latest news

LATEST