Story
เงินปอนด์อ่อนค่า ท่ามกลางดอลลาร์แข็งจากคาดการณ์เฟดและราคาน้ำมันพุ่ง

Summary
ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันพุธ โดยได้รับแรงกดดันจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงท่าทีแข็งกร้าวทางการเงิน
ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงอ่อนค่าลงในวันพุธ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในวงกว้าง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven) หลังมีข่าวการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่าน และความผันผวนในตลาดหุ้น ขณะที่นักลงทุนจับตารอการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ปัจจัยหนุนดอลลาร์กดดันเงินปอนด์
ณ เวลา 10:15 น. ตามเวลากรุงลอนดอน (GMT) ค่าเงินปอนด์เทียบดอลลาร์ (GBP/USD) ลดลง 0.07% มาอยู่ที่ $1.3343 การแข็งค่าของดอลลาร์มีปัจจัยหนุนหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลในตลาดทุน ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งขึ้นเกือบ 6% ใกล้ระดับ $79 ต่อบาร์เรล ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์
ฟรานเชสโก เปโซเล นักยุทธศาสตร์ด้านปริวรรตเงินตราของ ING กล่าวว่า "ความผันผวนในตลาดหุ้นได้หนุนค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่แข็งแกร่งของเงินดอลลาร์" เขายังเสริมว่าการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนมิถุนายนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของดอลลาร์
จับตารายงานการประชุมเฟด
นักลงทุนกำลังให้ความสนใจกับการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟดในคืนวันนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะตอกย้ำท่าทีที่แข็งกร้าว (hawkish) ของคณะกรรมการฯ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
Ad- ING คาดว่ารายงานการประชุมจะช่วยเสริมสร้างโมเมนตัมให้กับเงินดอลลาร์ แต่ไม่น่าจะมากพอที่จะทำให้ดอลลาร์พุ่งทะลุกรอบสำคัญขึ้นไปได้
- ตลาดฟิวเจอร์สได้ปรับลดการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดภายในเดือนธันวาคมลงเหลือเพียง 35 เบสิสพอยท์ (bps) หลังจากตัวเลขการจ้างงานออกมาอ่อนแอ
- เปโซเลมองว่าดัชนีดอลลาร์จะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ โดยมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 101.50-102.0
ภาพรวมตลาดและแนวโน้ม
แม้ว่าก่อนหน้านี้เงินปอนด์จะได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตลาดได้ปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย 25 เบสิสพอยท์ภายในสิ้นปีนี้เป็น 100% แล้วก็ตาม แต่แรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ในปัจจุบันมีน้ำหนักมากกว่า
ในขณะเดียวกัน ค่าเงินยูโรเทียบดอลลาร์ (EUR/USD) ก็ปรับตัวลดลงเช่นกันมาอยู่ที่ $1.1403 นักวิเคราะห์จาก ING มองว่า การที่ค่าเงินดอลลาร์จะกลับมาอ่อนค่าได้นั้นจำเป็นต้องมีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด หรือเฟดส่งสัญญาณที่ผ่อนคลาย (dovish) อย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งทั้งสองกรณีมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยในขณะนี้