Story
ราคาน้ำมันปรับตัวลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีแนวโน้มปิดบวกรายสัปดาห์ ท่ามกลางความเสี่ยงอุปทานในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อยในการซื้อขายช่วงเช้าของวันศุกร์ แต่ยังคงอยู่ในทิศทางที่จะปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นรายสัปดาห์อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงสร้างความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
ความตึงเครียดหนุนราคารายสัปดาห์
ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเป็นปัจจัยหลักที่หนุนราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ หลังจากทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้กัน ซึ่งสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซประมาณ 20% ของโลก
จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปิดตลาดในแดนบวกตลอดทั้งสัปดาห์:
- สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เตรียมปิดบวกรายสัปดาห์ราว 6%
- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 5%
ปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจโลก
Adอย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเผชิญแรงกดดันในระยะสั้นจากความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันทั่วโลก โดยข้อมูลล่าสุดจากจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของโลก พบว่าอัตราเงินเฟ้อราคาผู้ผลิตพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปีในเดือนมิถุนายน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อผลกำไรของผู้ผลิต
จากการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ณ เวลา 01:25 GMT สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 6 เซนต์ หรือ 0.08% มาอยู่ที่ 76.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 4 เซนต์ หรือ 0.06% สู่ระดับ 72.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
มุมมองนักวิเคราะห์
แดเนียล ไฮนส์ นักยุทธศาสตร์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์จากธนาคาร ANZ ให้ความเห็นว่า "แม้ว่าสหรัฐฯ จะเพิ่มการโจมตีที่ตั้งทางทหารในอิหร่าน แต่ตลาดก็ได้รับความเชื่อมั่นบางส่วนจากการตัดสินใจของรัฐบาลทรัมป์ที่หลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน"
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุเมื่อวันพุธว่าเขาไม่คาดว่าสงครามจะกลับมาปะทุขึ้นเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งช่วยลดความร้อนแรงของสถานการณ์และจำกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในระดับหนึ่ง