Story
ราคาน้ำมันปรับลงเล็กน้อย แต่ยังจ่อปิดบวกรายสัปดาห์ ท่ามกลางความเสี่ยงอุปทานในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเล็กน้อยในการซื้อขายช่วงเช้าของวันศุกร์ แต่ยังคงอยู่ในทิศทางที่จะปิดตลาดในแดนบวกเป็นรายสัปดาห์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนตลาด ขณะที่ความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่อาจกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันได้สร้างแรงกดดันต่อราคา
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงคุกรุ่น
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากกองกำลังของอิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในรัฐอ่าวอาหรับเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ในจังหวัดชายฝั่งทางใต้และตะวันออกของอิหร่าน สถานการณ์ดังกล่าวได้ทำลายข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมาเป็นเวลาสามสัปดาห์
ความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของอุปทานทั่วโลกก่อนเกิดสงคราม อย่างไรก็ตาม Daniel Hynes นักยุทธศาสตร์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคาร ANZ ระบุว่า ตลาดคลายความกังวลลงบ้างหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจหลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านโดยตรง ประกอบกับความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ที่คาดว่าจะไม่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ
ปัจจัยกดดันจากความกังวลด้านอุปสงค์
ในขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุนราคาตลอดสัปดาห์ แต่ความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกได้เข้ามาสร้างแรงกดดัน โดยเฉพาะข้อมูลจากจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของโลก ที่เปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนมิถุนายนพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี สร้างแรงกดดันต่อกำไรของผู้ผลิตท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ
Adขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ บ่งชี้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ แต่ยังไม่มีสัญญาณการเติบโตที่ร้อนแรง
ภาพรวมราคาล่าสุด
ข้อมูลล่าสุดจาก Reuters ณ เวลา 01:25 GMT มีการเคลื่อนไหวดังนี้:
- สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 6 เซนต์ หรือ 0.08% สู่ระดับ $76.24 ต่อบาร์เรล
- สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 4 เซนต์ หรือ 0.06% สู่ระดับ $72.04 ต่อบาร์เรล
- สำหรับภาพรวมทั้งสัปดาห์ คาดว่าสัญญาเบรนท์จะปรับตัวขึ้นประมาณ 6% และ WTI จะเพิ่มขึ้น 5%