Story
ราคาน้ำมันร่วงแรง หลัง OPEC+ จ่อเพิ่มอุปทานสวนทางอุปสงค์ที่อ่อนแอ

ราคาน้ำมันดิบโลกเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลง 6.8% และเวสต์เท็กซัส (WTI) ดิ่งลงถึง 8.2% ภายในวันเดียว ลบกำไรที่สะสมมาหลายสัปดาห์ การปรับตัวลงครั้งนี้สะท้อนถึงความกังวลของตลาดต่อภาวะอุปทานล้นเกินและอุปสงค์ที่ชะลอตัว
ปัจจัยกดดันจากอุปทานและภูมิรัฐศาสตร์
การร่วงลงของราคาน้ำมันมีปัจจัยกระตุ้นจากการที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้หยุดชั่วคราว ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานในช่องแคบฮอร์มุซ และส่งผลให้ราคากลับสู่ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์
ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือ OPEC+ คาดว่าจะเพิ่มโควตาการผลิตในเดือนกันยายนอีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน การตัดสินใจดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันด้านอุปทานให้กับตลาดที่กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านอุปสงค์อยู่แล้ว
สัญญาณอุปสงค์อ่อนแอซ้ำเติม
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดถึง 2.01 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือภาวะอุปทานล้นตลาด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมัน
Adนอกจากนี้ BofA (Bank of America) ได้ออกมาเตือนว่า ไม่ใช่แค่ระดับราคา แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันอาจเป็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคาดีดตัวขึ้นแต่ไม่ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น
ภาพรวมตลาดและสิ่งที่ต้องจับตา
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ 85.42 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI อยู่ที่ 82.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งทั้งสองสัญญาลบกำไรที่ทำได้ตั้งแต่ต้นปีไปเกือบทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ว่านักเก็งกำไรได้ลดสถานะซื้อสุทธิ (net long) ในสัญญาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลงจากกว่า 110,000 สัญญา เหลือเพียง 81,700 สัญญา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงในตลาด
ปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตามองอย่างใกล้ชิด ได้แก่:
- การประชุม OPEC+: ในวันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งอาจมีการตัดสินใจที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับโควตาการผลิต
- ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน: หากสถานการณ์กลับมาปะทุอีกครั้ง อาจหนุนให้ราคากลับตัวเป็นขาขึ้น
- ข้อมูลสต็อกน้ำมัน: หากตัวเลขยังคงเพิ่มขึ้น จะเป็นแรงกดดันขาลงเพิ่มเติม
- ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค: ดัชนี PMI และ GDP ทั่วโลกจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางอุปสงค์
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
รายงานจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น
ข้อมูลล่าสุดจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความต้องการที่อ่อนตัวลง

UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง
UBS ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านอุปทานที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง ปริมาณสินค้าคงคลังทั่วโลกที่ลดลง และต้นทุนค่าขนส่งที่สูงเป็นประวัติการณ์

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของกาตาร์ โดยระบุว่า "รับไม่ได้"
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านปฏิเสธร่างข้อตกลงล่าสุดที่กาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาแปดเดือน โดยกล่าวว่าแนวคิดดังกล่าว "ยอมรับไม่ได้" และส่งสัญญาณถึงภาวะชะงักงันทางการทูตที่ยังคงดำเนินต่อไป ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย

อาร์เจนตินาเตรียมคว้าส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองในสหภาพยุโรป หลังกฎระเบียบเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าส่งผลกระทบต่อบราซิล
อุตสาหกรรมถั่วเหลืองของอาร์เจนตินากำลังเตรียมพร้อมที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองของสหภาพยุโรปให้มากขึ้น เนื่องจากคาดว่ากฎระเบียบต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าฉบับใหม่ของสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของบราซิลซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ