Story
หุ้น EV จีน NIO และ XPeng ดิ่งใกล้จุดต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ ท่ามกลางสัญญาณเทคนิคอ่อนแอ

ราคาหุ้นของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สัญชาติจีนอย่าง NIO และ XPeng กำลังซื้อขายอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ท่ามกลางแรงกดดันจากผลการดำเนินงานและความเชื่อมั่นของตลาดที่ลดลง แม้ว่า NIO จะแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นในด้านอัตรากำไรและกระแสเงินสด แต่ภาพรวมทางเทคนิคของทั้งสองบริษัทยังคงส่งสัญญาณอ่อนแอ
สถานการณ์ราคาและสัญญาณทางเทคนิค
ข้อมูล ณ วันที่ 8 กันยายน 2026 ระบุว่าราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทอยู่เหนือจุดต่ำสุดในรอบปีเพียงเล็กน้อย:
- NIO (NIO): ปิดที่ $3.79 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ $3.711 เพียงเล็กน้อย โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงแล้ว 39.65% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
- XPeng (XPEV): ปิดที่ $10.93 ดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดที่ $10.72 และปรับตัวลดลงถึง 47.33% ในรอบปี
ในทางเทคนิค สัญญาณทั้งรายวันและรายสัปดาห์ยังคงบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง (Strong Sell) แม้ว่าดัชนี RSI รายวันของ NIO จะอยู่ที่ 24.3 ซึ่งเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันการกลับตัวของราคาได้ นักวิเคราะห์ชี้ว่าภาวะ Oversold อาจนำไปสู่การดีดตัวในระยะสั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าวงจรการขายได้สิ้นสุดลงแล้ว
ผลประกอบการที่แตกต่าง
แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลงใกล้เคียงกัน แต่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2026 ของทั้งสองบริษัทกลับมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
NIO: อัตรากำไรดีขึ้น แต่แนวโน้มอ่อนแอ
AdNIO รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าที่คาดการณ์ แต่รายได้กลับต่ำกว่าคาด สิ่งที่น่าสนใจคืออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรถยนต์ (Vehicle gross margin) พุ่งขึ้นเป็น 18.5% จาก 10.3% ในปีก่อนหน้า และบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและกระแสเงินสดอิสระเป็นบวก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการในอนาคตยังคงเป็นที่น่ากังวล ส่งผลให้ JPMorgan ปรับลดคำแนะนำการลงทุนลงเป็น "Neutral" พร้อมลดราคาเป้าหมายเหลือ $4.50 โดยอ้างถึงอุปสงค์ที่ชะลอตัวและแรงกดดันด้านกำไร
XPeng: เผชิญความท้าทายรอบด้าน
ในทางกลับกัน XPeng รายงานผลประกอบการที่อ่อนแอกว่าอย่างชัดเจน โดยขาดทุนต่อหุ้นอยู่ที่ -$1.29 ซึ่งแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ -$0.29 อย่างมาก และรายได้ก็ต่ำกว่าคาดการณ์เช่นกัน แม้ว่าบริษัทจะมีความคืบหน้าในด้านเทคโนโลยี เช่น การเปิดสายการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ แต่เรื่องราวดังกล่าวยังเป็นเพียงศักยภาพในอนาคตและยังไม่สามารถชดเชยผลการดำเนินงานในธุรกิจหลักที่กำลังประสบปัญหาได้
มุมมองสำหรับนักลงทุน
นักวิเคราะห์มองว่า NIO มีปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้นที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อพิจารณาจากอัตรากำไรและกระแสเงินสดที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากแนวโน้มอุปสงค์ที่ไม่แน่นอน ขณะที่ XPeng มีความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Execution Risk) ที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผลประกอบการที่น่าผิดหวัง
กรอบการลงทุนที่รัดกุมในขณะนี้คือการรอสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน เช่น การเติบโตของยอดส่งมอบรถยนต์ อัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัว และการที่ราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญทางเทคนิคได้ การเข้าซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาอ่อนตัวในปัจจุบันอาจมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น "กับดักมูลค่า" (Value Trap) มากกว่าการซื้อของดีราคาถูก
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้