Story
Needham ชี้ 5 หุ้นไบโอเทคเด่น คาดผลทดลองยาหนุนราคาครึ่งหลังปี 2026

บริษัทหลักทรัพย์ Needham & Company ได้เปิดเผยรายชื่อ 5 หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) ที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ (top picks) สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับทุกบริษัท เนื่องจากมองว่าแต่ละบริษัทกำลังจะมีปัจจัยเร่งสำคัญจากการเปิดเผยข้อมูลผลการทดลองทางคลินิกที่กำลังจะมาถึง
หุ้นเด่นที่น่าจับตามอง
Needham ได้ระบุถึงบริษัท 5 แห่งที่มีศักยภาพ โดยมีราคาเป้าหมายและปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ข้อมูลการทดลองยารักษาโรคลมชักระยะที่ 3 ไปจนถึงผลการทดลองยารักษาอาการทางจิตในผู้ป่วยอัลไซเมอร์
- Praxia Therapeutics (PRAX): ราคาเป้าหมาย $582 Needham คาดว่าหุ้นจะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี จากการรอผลการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 ในโครงการ EMERALD สำหรับยารีลูทริจีน (relutrigine) ในกลุ่มผู้ป่วยโรคลมชักรุนแรงชนิด DEE ซึ่งปัจจุบันยังมีทางเลือกในการรักษาที่จำกัด หากผลออกมาเป็นบวก คาดว่าจะมีการยื่นขออนุมัติยาเพิ่มเติมในปี 2027
- Acadia Pharmaceuticals (ACAD): ราคาเป้าหมาย $41 ปัจจัยสำคัญคือการรอผลการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 2 ในโครงการ RADIANT สำหรับยาริมลิแฟนเซอริน (remlifanserin) ในการรักษาอาการทางจิตจากโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งคาดว่าจะประกาศในช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคม โดย Needham ประเมินว่ามีโอกาส 70% ที่การศึกษาจะประสบความสำเร็จ
- Biogen (BIIB): ราคาเป้าหมาย $256 บริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงที่จะมีการเปิดเผยผลการทดลองระยะที่ 3 ถึง 8 โครงการไปจนถึงปี 2029 ควบคู่ไปกับแนวโน้มกลุ่มผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ดีขึ้น โดย Needham คาดว่ายาในโครงการวิจัยเหล่านี้อาจสร้างยอดขายสูงสุดรวมกันได้มากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ หากผลการทดลองเป็นบวก
- Axsome Therapeutics (AXSM): ราคาเป้าหมาย $268 หุ้นได้รับปัจจัยหนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยา Auvelity สำหรับโรคซึมเศร้า และการเปิดตัวยาสำหรับรักษาอาการกระสับกระส่ายในผู้ป่วยอัลไซเมอร์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจัยเร่งถัดไปคือข้อมูลจากการศึกษาระยะที่ 3 ในโครงการ ENGAGE สำหรับยาโซลเรียมเฟทอล (solriamfetol) ในการรักษาโรคกินไม่หยุด (binge eating disorder)
- Alkermes (ALKS): ราคาเป้าหมาย $62 Needham มองบวกต่อกลุ่มยาในแฟรนไชส์ orexin โดยจะเริ่มจากการเปิดเผยข้อมูลการทดลองระยะ 1b ของยา ALKS-7290 ภายในสิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2026 ตามด้วยข้อมูลยา alixorexton สำหรับภาวะนอนเกิน (idiopathic hypersomnia) ภายในสิ้นปี 2026 หรือต้นปี 2027
Adความหมายต่อนักลงทุน
การวิเคราะห์ของ Needham ตอกย้ำถึงลักษณะเฉพาะตัวของการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งผลการทดลองทางคลินิกถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาหุ้นได้โดยตรง ปัจจัยเร่งที่กำลังจะมาถึงในครึ่งปีหลังนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างมูลค่าให้กับบริษัทเหล่านี้ได้
บริษัทที่ถูกคัดเลือกมานี้ล้วนมีเหตุการณ์สำคัญรออยู่ ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ของ Needham ในการมองหาบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตจากความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการทดลองทางวิทยาศาสตร์
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้