Story
MINISO ทุ่มงบ 2.4 แสนดอลลาร์ ซื้อหุ้นคืนกว่า 1 แสนหุ้นในตลาดฮ่องกง

Summary
MINISO (09896) เปิดเผยข้อมูลการซื้อหุ้นคืนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยได้ใช้เงินทุนรวม 239,700 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อหุ้นคืนจำนวน 108,500 หุ้น เมื่อวันที่ 17 กันยายน
บริษัท MINISO Group Holding Limited (09896) ได้ประกาศการเข้าซื้อหุ้นคืนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Zhitong Finance APP ระบุว่าบริษัทได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026
รายละเอียดการทำธุรกรรม
ตามประกาศที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ MINISO ได้ใช้เงินทุนรวมทั้งสิ้น 239,700 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อหุ้นของบริษัทคืนจำนวน 108,500 หุ้น
การซื้อหุ้นคืนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงราคาต่อหุ้นระหว่าง 2.2 ถึง 2.2138 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินการตามกลยุทธ์การบริหารจัดการทุนของบริษัท
Adความสำคัญต่อนักลงทุน
โดยทั่วไปแล้ว การซื้อหุ้นคืนเป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่บริษัทต่างๆ ใช้เพื่อส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังตลาด การกระทำดังกล่าวอาจบ่งชี้ว่าฝ่ายบริหารมีความเชื่อมั่นในมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทและมองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ การลดจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดสามารถส่งผลให้กำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share: EPS) เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาหุ้นในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาการซื้อหุ้นคืนควบคู่ไปกับปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ ของบริษัท
Read next
More on หุ้น
หุ้น Array Technologies ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ หลัง UBS ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ
หุ้นของบริษัทผลิตอุปกรณ์ติดตามแสงอาทิตย์ร่วงลงหลังจากที่ UBS ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงเหลือระดับ "เป็นกลาง" โดยอ้างถึงความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเงินปันผลสำหรับหุ้นบุริมสิทธิ์จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อกระแสเงินสดอิสระ

บริษัท Anthropic ก่อตั้งห้องปฏิบัติการชีววิทยาเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ด้านยาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์
บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง Anthropic ได้ยืนยันการสร้างห้องปฏิบัติการชีววิทยาเชิงกายภาพ หรือ 'ห้องปฏิบัติการเปียก' ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการพัฒนายา

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์ โดยฮาวาร์ด บัฟเฟตต์ จะเข้ารับตำแหน่งประธาน
บริษัท Berkshire Hathaway ได้วางแผนสืบทอดตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยแต่งตั้ง Warren Buffett เป็นประธานกิตติมศักดิ์ และเลือก Howard G. Buffett บุตรชายของเขา เป็นประธานกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหารคนใหม่ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการเสริมสร้างอำนาจควบคุมการดำเนินงานของ Greg Abel ซีอีโอ ในขณะเดียวกันก็รับประกันความต่อเนื่องของวัฒนธรรมองค์กร

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์ โดยฮาวาร์ด บุตรชายจะขึ้นดำรงตำแหน่งแทน
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้เปลี่ยนบทบาทไปเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์ โดยมีฮาวาร์ด บัฟเฟตต์ บุตรชาย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการเสร็จสิ้นแผนการสืบทอดตำแหน่งที่รอคอยมานานของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าประมาณ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ