Story

Meta เตรียมเดินสายการผลิตชิป AI ของตนเองในเดือนกันยายน ตั้งเป้าเพิ่มกำลังประมวลผลเท่าตัว

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
Meta เตรียมเดินสายการผลิตชิป AI ของตนเองในเดือนกันยายน ตั้งเป้าเพิ่มกำลังประมวลผลเท่าตัว
Text size
Background

Meta Platforms วางแผนที่จะเริ่มการผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกแบบขึ้นเองภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการครั้งใหญ่ในการเพิ่มกำลังการประมวลผลโดยรวมให้ได้ถึง 14 กิกะวัตต์ (gigawatts) ในปีหน้า ตามข้อมูลจากบันทึกภายในที่สำนักข่าว Reuters ได้ตรวจสอบ

แผนการพัฒนาชิป "Iris"

ชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลของ Meta ซึ่งมีชื่อรหัสว่า "Iris" เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Meta Training and Inference Accelerators (MTIA) ที่บริษัทออกแบบเองทั้งหมด โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ซิลิคอนที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะในการปรับปรุงประสิทธิภาพ AI ที่ขับเคลื่อนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Instagram

บันทึกดังกล่าวระบุว่าการทดสอบชิปใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์และไม่พบปัญหาร้ายแรงใดๆ ความคืบหน้าอย่างรวดเร็วนี้ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับโครงการที่ดำเนินมากว่าครึ่งทศวรรษ โดย Meta ได้ร่วมมือกับ Broadcom ในการออกแบบ และ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co (TSMC) ในการผลิต

เป้าหมายการขยายโครงสร้างพื้นฐาน

กลยุทธ์การผลิตชิปเองนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดต้นทุนการประมวลผลมหาศาล และลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD โดย Meta วางแผนที่จะติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลให้ได้ 7 กิกะวัตต์ ภายในปีนี้ และตั้งเป้าเพิ่มเป็นสองเท่าสู่ระดับ 14 กิกะวัตต์ ในปี 2027

Sample IUX Markets – In-articleAd

เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว บริษัทได้ทำข้อตกลงจัดหาระยะยาวกับซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนสำคัญหลายราย เช่น Samsung Electronics สำหรับชิปหน่วยความจำ และ Sandisk สำหรับหน่วยความจำแฟลช ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นท่ามกลางภาวะขาดแคลนชิปและความกังวลเรื่อง "chipflation" หรือภาวะเงินเฟ้อจากราคาชิปที่พุ่งสูงขึ้น

ความสำคัญต่อนักลงทุนและตลาด

การลงทุนเพื่อพัฒนาชิปของตนเองสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Meta ในการควบคุมเทคโนโลยีหลักทั้งหมดด้วยตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Hyperscalers) หลายแห่งกำลังดำเนินการ ไมค์ กัวติเอรี รองประธานและนักวิเคราะห์จาก Forrester กล่าวว่า "คุณไม่สามารถเป็นยักษ์ใหญ่ด้าน AI ได้ หากต้องพึ่งพาบริษัทอื่นในเรื่องชิป"

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด แม้ว่าในช่วงแรกราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงหลังมีรายงานข่าว แต่ก็ฟื้นตัวกลับมาได้และปิดการซื้อขายช่วงบ่ายด้วยการปรับตัวขึ้น 4.6% การพึ่งพาตนเองด้านฮาร์ดแวร์นี้ถูกมองว่าเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวในสมรภูมิ AI ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

Back to latest news

LATEST