Story

Meta ท้าชน OpenAI เปิดตัว AI 'Muse Spark 1.1' พร้อมโมเดลเก็บเงินนักพัฒนา

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 9, 20261 min read
Meta ท้าชน OpenAI เปิดตัว AI 'Muse Spark 1.1' พร้อมโมเดลเก็บเงินนักพัฒนา

Summary

Meta Platforms เปิดตัวโมเดล AI เวอร์ชันใหม่ Muse Spark 1.1 พร้อมเปิด API ให้นักพัฒนาใช้งานในรูปแบบเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก นับเป็นการเข้าสู่สนามแข่งขันโดยตรงกับ OpenAI และ Anthropic

Text size
Background

Meta Platforms ได้เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เวอร์ชันอัปเกรด Muse Spark 1.1 พร้อมเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึง API ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาด AI เชิงพาณิชย์อย่างเต็มตัว เพื่อแข่งขันโดยตรงกับโมเดลธุรกิจของคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic

## รายละเอียดและศักยภาพของ Muse Spark 1.1

ตามรายงานของรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Meta ระบุว่า Muse Spark 1.1 เป็นโมเดลที่มีความสามารถสูงสุดของบริษัทสำหรับงานเขียนโค้ดในโลกจริงและงานที่ต้องใช้ความสามารถในการตัดสินใจและดำเนินการด้วยตนเอง (agentic tasks) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่ใหญ่กว่าในการส่งมอบ "อัจฉริยภาพขั้นสูงส่วนบุคคล" (personal superintelligence)

โมเดลที่อัปเกรดใหม่นี้มีความสามารถหลากหลาย เช่น การเขียนและแก้ไขข้อบกพร่องของโค้ด (debug), การใช้ซอฟต์แวร์และเครื่องมือภายนอก, การทำความเข้าใจทั้งข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ ตลอดจนการดำเนินงานที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนโดยต้องการการแทรกแซงจากมนุษย์น้อยลง

## โครงสร้างราคาและการเข้าถึงของนักพัฒนา

ขณะนี้นักพัฒนาในสหรัฐอเมริกาสามารถเข้าถึง Muse Spark ในรูปแบบ public preview ผ่าน Meta Model API ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถทดสอบคำสั่ง (prompts), เปรียบเทียบผลลัพธ์ และสร้างต้นแบบการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ของตนเองได้ โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับเครดิตฟรี $20 เพื่อทดลองใช้งานก่อนเปลี่ยนไปใช้รูปแบบการจ่ายตามการใช้งานจริง (pay-as-you-go)

Meta ได้กำหนดโครงสร้างราคาไว้อย่างชัดเจนเพื่อแข่งขันในตลาด:

Sample IUX Markets – In-articleAd
  • $1.25 ต่อ 1 ล้านโทเคนสำหรับข้อมูลนำเข้า (input tokens)
  • $4.25 ต่อ 1 ล้านโทเคนสำหรับข้อมูลส่งออก (output tokens)

ราคานี้สูงกว่าโมเดลระดับเริ่มต้นของคู่แข่งอย่าง GPT-5 mini ของ OpenAI และ Claude Haiku 4.5 ของ Anthropic แต่ยังคงต่ำกว่าโมเดลระดับสูงอย่าง Claude Sonnet 4.6 ของ Anthropic

## การผนวกรวมและผลกระทบต่อตลาด

โมเดลใหม่นี้จะถูกนำไปใช้งานในโหมด "Thinking" บนแอป Meta AI และเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังคาดว่าจะเข้ามาแทนที่โมเดล Llama เดิมที่ขับเคลื่อนแชตบอตบน WhatsApp, Instagram, Facebook และแว่นตาอัจฉริยะของ Meta

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทเพิ่งประกาศขยายเครื่องมือ Generative AI ในแอปต่างๆ ด้วยการเปิดตัว Muse Image ซึ่งเป็นโมเดลสร้างภาพแรกจาก Meta Superintelligence Labs การเปิดตัว Muse Spark 1.1 ในเชิงพาณิชย์จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Meta พร้อมที่จะสร้างรายได้จากเทคโนโลยี AI ของตนเอง และเพิ่มแรงกดดันในการแข่งขันด้านนวัตกรรมและราคาในตลาด AI ที่กำลังร้อนแรง

Back to latest news

LATEST