Story
รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นเสนอทบทวนพอร์ต GPIF-เพิ่มพันธบัตรใน NISA หวังกระตุ้นตลาดทุนในประเทศ

Summary
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น เสนอแนวคิดทบทวนพอร์ตการลงทุนของกองทุนบำเหน็จบำนาญรัฐบาล (GPIF) และการอนุญาตให้พันธบัตรรัฐบาลสามารถถือครองผ่านบัญชี NISA ที่ปลอดภาษีได้ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศ
นางซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ได้เสนอแนวคิดในการทบทวนพอร์ตการลงทุนของกองทุนบำเหน็จบำนาญของรัฐบาล (GPIF) และพิจารณาอนุญาตให้พันธบัตรรัฐบาลสามารถถือครองผ่านโครงการบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคลแบบปลอดภาษี (NISA) ได้ ซึ่งเป็นความพยายามของรัฐบาลในการดึงดูดเงินออมภาคครัวเรือนให้เข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศมากขึ้น
ข้อเสนอเพื่อกระตุ้นตลาดทุน
สำนักข่าว Bloomberg รายงานคำกล่าวของนางคาตายามะว่า สินทรัพย์ในสกุลเงินเยนจะมีความน่าสนใจมากขึ้นหากกลยุทธ์การเติบโตของรัฐบาลประสบความสำเร็จ พร้อมเสริมว่าพอร์ตการลงทุนของ GPIF อาจถูกทบทวนและปรับเปลี่ยนได้หากมีความจำเป็น
นอกจากนี้ เธอยังกล่าวอีกว่า ผู้กำหนดนโยบายกำลังพิจารณาที่จะอนุญาตให้พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGBs) สามารถถือครองผ่านโครงการ NISA ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ในเรื่องนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดทุนในประเทศ ท่ามกลางการแสวงหาแนวทางฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจ
มุมมองต่อกองทุน GPIF
GPIF เป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยบริหารสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 293.6 ล้านล้านเยน (1.81 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งโดยปกติจะมีการทบทวนการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ทุกๆ 5 ปี
Adนายเคนอิจิโร อุเอโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น ได้กล่าวสนับสนุนในทิศทางเดียวกันว่า พอร์ตการลงทุนพื้นฐานของ GPIF จะได้รับการทบทวนหากจำเป็น ซึ่งตอกย้ำถึงความเป็นไปได้ที่กองทุนขนาดใหญ่นี้อาจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนในอนาคต
ผลกระทบต่อค่าเงินเยน
ในเบื้องต้น ตลาดตีความว่าข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินเยน เนื่องจากการโยกย้ายเงินออมและการลงทุนของสถาบันมายังสินทรัพย์ในประเทศมากขึ้นอาจช่วยลดการไหลออกของเงินทุนได้
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนได้อ่อนค่าลงหลังจากนั้นและเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 162.3 เยนต่อดอลลาร์ ในวันอังคาร ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 40 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความกังขาของตลาดเกี่ยวกับความรวดเร็วและผลกระทบที่แท้จริงของนโยบายดังกล่าวต่อกระแสเงินทุน