Story
Google ทำข้อตกลงกำจัดคาร์บอนครั้งใหญ่ที่สุดในบราซิล ตั้งเป้าขยายโมเดลใหม่ทั่วโลก

Google ได้บรรลุข้อตกลงการกำจัดคาร์บอนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยให้การสนับสนุนโครงการในบราซิลที่ดำเนินการโดยบริษัท Terradot ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากการทำนาและดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศไปพร้อมกัน ข้อตกลงนี้ถือเป็นต้นแบบที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หวังจะนำไปปรับใช้ในอนาคต
รายละเอียดโครงการและเป้าหมาย
โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่กว่า 200,000 เฮกตาร์ (ประมาณ 1.25 ล้านไร่) ในรัฐฮิวกรังจีดูซูว ทางตอนใต้ของบราซิล และนับเป็นโครงการ การเร่งกระบวนการผุพังของหิน (enhanced rock weathering) ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยเร่งกระบวนการทางธรรมชาติที่หินบางชนิดดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากชั้นบรรยากาศ
ผู้บริหารของ Google เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า โครงการนี้เป็นโครงการแรกในระดับขนาดใหญ่นี้ที่ผสมผสานระหว่างการลดก๊าซมีเทนและการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างเครดิตจากการลดก๊าซมีเทน 1 ล้านเมตริกตัน ภายในปี 2030 และเครดิตจากการกำจัดคาร์บอนอีก 1 ล้านตัน ภายในปี 2040 ซึ่งในส่วนของการกำจัดคาร์บอนนั้นมีขนาดใหญ่กว่าโครงการที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันก่อนหน้านี้ถึง 10 เท่า
ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อ Google
การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ให้ต้องเพิ่มการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและการกำจัดคาร์บอน เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย Google ได้เข้าถือหุ้นใน Terradot มาตั้งแต่ปี 2024
Adแรนดี สป็อก หัวหน้าฝ่ายการกำจัดคาร์บอนของ Google กล่าวว่า "เราจำเป็นต้องทำทั้งสองอย่าง เราไม่สามารถทุ่มทรัพยากรทั้งหมดไปที่การจัดการกับมลพิษที่มีอายุสั้น หรือทุ่มทรัพยากรทั้งหมดไปที่การขยายการกำจัดคาร์บอนในระยะยาวเพียงอย่างเดียว" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดการทั้งก๊าซมีเทนที่ส่งผลให้โลกร้อนเร็วกว่า และคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมมานานหลายศตวรรษ
ต้นทุนและแผนการในอนาคต
แม้ Google และ Terradot จะไม่เปิดเผยราคาของคาร์บอนเครดิตในข้อตกลงนี้ แต่ข้อมูลจากข้อตกลงก่อนหน้าในปี 2024 ชี้ให้เห็นว่าราคาอาจอยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 100 ดอลลาร์ต่อตันที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นระดับที่จะกระตุ้นความต้องการในวงกว้างได้ อย่างไรก็ตาม เจมส์ คานอฟฟ์ ซีอีโอของ Terradot ยืนยันว่าโครงการใหม่นี้จะมีต้นทุนที่ถูกลงและเป็น "ก้าวสำคัญ" สู่เป้าหมายดังกล่าว
Terradot มีแผนที่จะขยายโมเดลนี้ไปทั่วพื้นที่นาข้าวของบราซิลซึ่งมีขนาดรวม 1.5 ล้านเฮกตาร์ และขยายไปยังภูมิภาคปลูกข้าวที่สำคัญอื่นๆ เช่น อินเดียและเวียดนาม โดยตั้งเป้าจะเริ่มโครงการนำร่องในหลายประเทศในปี 2026 และขยายสู่เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบภายในปี 2028
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้